แถลงข่าวการประกวดการ์ตูน“วัยมันรู้ทันธุรกิจบุหรี่” (How do you market death ?)และเสวนา “บทบาทการ์ตูนกับการสร้างสรรค์ (สังคม)
โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.เกศินี จุฑาวิจิตร รองอธิการบดี ม.ราชภัฎนครปฐม เป็นผู้ดำเนินการสนทนาแลกเปลี่ยน ในประเด็น “บทบาทการ์ตูนกับการสร้างสรรค์ (สังคม) ”
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
"สื่อการ์ตูนเป็นสิ่งที่วัยรุ่นชอบอ่าน อย่างลูกชายผมทุกคนก็ชอบอ่านการ์ตูน การใช้การ์ตูนเป็นสื่อจะเข้าถึงวัยรุ่นได้ดี หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นมีการสูบบุหรี่เยอะมาก จากงานวิจัย บริษัทบุหรี่ใช้ดาราภาพยนตร์เจาะตลาดบุหรี่วัยรุ่น โดยจ้างดาราสูบบุหรี่ในภาพยนตร์ จึงอยากให้มีงานวิจัยภาพการ์ตูนสูบบุหรี่เหมือนกับหนังด้วย ในมุมกลับกัน วันนี้เราจะให้เยาวชนใช้การ์ตูน Anti Marketing เพื่อช่วยให้เด็กรู้เท่าทันไม่ตกเป็นเหยื่อของบุหรี่ เพราะทุกวันนี้เด็กไทยร้อยละ 65 ติดบุหรี่ก่อนอายุ 18 ปี นอกนั้นติดเมื่ออายุ 19 ปีขึ้นไป เราจึงไม่อยากให้คนในอนาคตของชาติเจ็บป่วยและล้มตายก่อนวัยอันควรด้วยโรคร้าย ที่เกิดจากการทำตลาดของบริษัทบุหรี่"
พี่จิว - อาจารย์ดินหิน รักษ์พงษ์อโศก นักเขียนการ์ตูนรณรงค์ไม่สูบบุหรี่รุ่นบุกเบิก ที่ผันตัวเองไปเป็นอาจารย์สอนเด็กๆ อยู่ที่ ม.ราชภัฎสวนดุสิต
"คนที่จะถ่ายทอดสื่อการ์ตูนต้องเป็นคนที่มีข้อมูล อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง แล้วย่อยข้อมูลมาเป็นวัตถุดิบของตัวเอง จำได้ว่าตอนเด็กๆ ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ พอจบออกมาเป็นสื่อ งานบังคับต้องหาข้อมูลที่ต้องการ การเสพสื่อก็เหมือนกับการกิน เราจึงต้องเลือกเสพสิ่งที่เป็นประโยชน์กับเรา แล้วพอถึงเวลาเราจะนำสิ่งนี้ไปใช้ได้ทันทีและอัตโนมัติ เพราะสะสมอยู่ในตัวเราแล้ว และสำหรับการประกวดครั้งนี้อยากให้น้องๆ นำเสนอภาพด้านบวก อย่างเช่นการ์ตูนตลกฝรั่ง สังเกตว่ามุกการ์ตูนของเขาเมื่อดูภาพแล้วจะทำให้เราได้ไตร่ตรองอีกชั้นหนึ่ง ไม่ใช่การเสนอข้อเท็จจริงตรงๆ คนจะเบื่อ การ์ตูนต้องเกิดจากการบ่มเพาะความคิดจนได้เรื่องที่เข้าท่า และที่สำคัญมันต้องสนุกด้วย"
พี่หมอ - คุณทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์ หรือคุณหมอ นักเขียนการ์ตูนที่มีทั้งลายเส้นและฝีปากที่คมกริบเสมอมีดผ่าตัด
"กระบวนการคิดการ์ตูนไม่สำเร็จรูปแบบมาม่า ที่จริงคนเราจะมี output ได้ ต้องสะสม input ให้มากพอก่อน การคิดให้ได้ดีนั้นต้องรู้จักตั้งคำถามกับสิ่งที่เราจะทำ เช่น ถามว่าทำไมฝนตกแล้วรถติด ทำไมประเทศไทยไม่ก้าวหน้า ถ้าเรารู้จักคิดจะทำให้เรากว้างขวาง และสร้างสรรค์ในสิ่งที่เราต้องการหาคำตอบ อาจารย์ประยูร จรรยาวงษ์ ครูของผมสอนไว้ว่า ให้เป็นคนกว้างขวาง ต้องเปิดรับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เช่นนั้นเราจะรับอะไรเข้าไปก็ไม่ได้ อย่างเช่น คนที่เปิดกว้างจะรับได้ทั้งฟังเพลงที่เป็นวัยรุ่น ดูหนังเกาหลี ญี่ปุ่น ดูหนังอาร์ต หนังใต้ดิน ฯลฯ บุหรี่ในการ์ตูนคือสิ่งที่เป็นอยู่ น่าจะมีใครถามคนที่ผลิตบุหรี่ว่า พวกคุณสูบบุหรี่กันหรือเปล่า ถ้าลูกหลานคุณสูบ ญาติคุณสูบ แล้วจะรู้สึกยังไง เพราะสิ่งนี้เป็นสินค้าที่ร้ายพอๆ กับยาฆ่าแมลง ถ้ามีการตั้งคำถามทุกวัน อ่าน ฟัง พูดคุย แลกเปลี่ยน จนถึงวันหนึ่งเรียกได้ว่าเรามีของในตัว และสามารถจะปล่อยของได้ นี่คือ ความคิดที่เราจะเอามาสร้างสรรค์การ์ตูน และขอแนะนำน้องๆ ว่าทำงานอย่าหวังรางวัล ไม่ได้หรอก แต่ถ้าเราทำเอาขำเอาสนุก เป้าหมายคือปล่อยของที่เรามี คิดได้อย่างนี้จะมีความสุขกับการทำงาน เมื่อเรามีความสุข คนเห็นงานเราจะมีความสุขด้วย "
เดอะดวง - คุณวีระชัย ดวงพลา นักเขียนการ์ตูนรุ่นใหม่ไฟแรง “เดอะดวง” เป็นนามปากกาที่คุ้นเคยของแฟนการ์ตูนวัยละอ่อน
"ก่อนจะมาเป็นนักเขียนการ์ตูน ผมเห็นพ่อทำงานเขียนการ์ตูนทุกวัน เลยลองทำตาม และรู้สึกว่ามันสนุก จากนั้นก็ทำความรู้จักกับการ์ตูนด้วยการหาหนังสือการ์ตูนมาอ่าน อ่านแล้ววาดตาม ลองวาดอ่านคนเดียว แล้วลองให้เพื่อนอ่าน เพื่อนชอบ พอช่วง ป.5- ป.6 ก็เขียนการ์ตูนให้เพื่อนอ่าน พออยู่ ม. 2 เลยเอางานให้เพื่อนๆ ของพ่อที่เป็นนักเขียนการ์ตูนดู และเป็นครั้งแรกที่งานของตัวเองลงที่ “ตลาด ตลก” พอเรียนมหาวิทยาลัยยังคงเขียนการ์ตูนอยู่ และเขียนการ์ตูนในแบบที่ตัวเองอยากทำ แต่ก็อยู่ไม่ได้เพราะตลาดไม่ต้องการ จนคิดจะเลิกเขียน แต่ก็ได้ไปประกวดการ์ตูนกับสยามอินเตอร์คอมมิค เลยได้ทำงานที่นั่น ปล่อยสิ่งที่เรารับรู้มาเต็มที่ มีทั้งด้านบวก ลบ และความรุนแรง บางคนก็ชอบ แต่บางคนก็บอกว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อบอกว่าการ์ตูนควรแทรกสิ่งที่มีคุณค่าไว้ในเรื่องด้วย และได้มาทำงานการ์ตูนกับมูลนิธิเด็ก ทำให้เราได้เปิดกว้างมากขึ้น และรู้ว่าการสร้างคุณค่าให้กับการ์ตูนเป็นอย่างไร รู้สึกดีกับงานของเรามากขึ้น "
พี่เจ - คุณสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการสถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก ผู้ผลักดันและสนับสนุนให้คนทำงานการ์ตูนมีบทบาทในการสร้างสรรค์สังคม
"การ์ตูนมีบทบาทในสังคมหลายยุคหลายสมัย หลายคนจะนึกถึงการ์ตูนคือความเพลิดเพลิน แต่การ์ตูนมีหน้าที่อีกอย่าง คือ ให้สติปัญญา ตัวอย่างจากท่านทูตสหรัฐมักจะติดตามสังคมไทย จากการดูการ์ตูนของคุณชัย ราชวัตร และการประกวดการ์ตูนวัยมันรู้ทันธุรกิจบุหรี่ครั้งนี้ คือการทำหน้าที่ให้สติปัญญาที่หลายคนลืมนึกถึงไป จึงอยากให้น้องๆ นักศึกษา นักเรียน ได้ถ่ายทอดการ์ตูน ที่จะสะท้อนภาพการตลาดของบริษัทบุหรี่ที่พุ่งเป้าหมายมายังเยาวชน น้องๆ อยากถ่ายทอดเรื่องราวออกมาด้วยการ์ตูนอย่างไร ก็สื่อออกมาจากสิ่งตัวเองคิดและรู้สึก ขอแนะนำน้องๆ ที่ต้องการประกวดการ์ตูนว่าไม่ใช่สิ่งที่ไปบอกไปสอนกันตรงๆ เราสามารถทำการ์ตูนให้เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์มากกว่านั้น ตัวอย่างเช่นการ์ตูนเรื่อง “พระจันทร์ไม่เคยโดนเหยียบ” เป็นเรื่องของลูกที่ลืมแม่ และแม่เฝ้ารอลูกไปดูพระจันทร์ด้วยกัน เรื่องนี้ขอบอกว่าการ์ตูนสามารถทำอะไรที่เป็นดราม่าได้ อ่านแล้วได้อะไรมากมาย และสอดแทรกสิ่งต่างๆ ไว้อย่างแนบเนียน จะเป็นนักเขียนการ์ตูนที่ดี ต้องสามารถนำสิ่งต่างๆ ที่เรานำเสนอผ่านสื่อการ์ตูนของเราไปให้ถึงจุดที่จับจิตจับใจจนถึงวิญญาณของคนอ่านการ์ตูน "
ที่มา
ชูรุณี พิชญกุลมงคล
ฝ่ายศูนย์ข้อมูล มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
www.ashthailand.or.th

