เยาวชนเขมรดื่มสุรา-เบียร์เร็วขึ้น NGO ชักห่วง 14 ปีเริ่มเมากันแล้ว
จากผลสำรวจของศูนย์กลางประชาชนเพื่อการพัฒนาและสันติ (PDPCentre) พบว่ากลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งหมด1,400 คน กว่า 85% หรือ 1,120 คน ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และในจำนวน14% ของผู้ที่ชอบดื่มเหล่านี้มีอายุเพียงแค่ 14 ปี และมากกว่า 582 คน หรือ 52% มีอายุระหว่าง 18-25 ปี
จากสถิติที่รายงานไว้ดังกล่าวได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนชาวเขมร โดยนายย้งกิมเอง (Yong Kim Eng) ประธานศูนย์ฯกล่าวกับโพสต์ว่า "นี่เป็นปัญหาของพวกเราและสังคมของเราที่มีเยาวชนจำนวนมากติดเหล้า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจรและความรุนแรงในครอบครัวด้วย"
ในประเทศที่มีคนเสียชีวิต 4 คนต่อวันบนท้องถนนเช่นนี้ โดยที่ส่วนใหญ่เป็นพวกเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับที่ 2 ของเหตุรถชนในกัมพูชา โดยสาเหตุอันดับ 1 คือการทำผิดกฎจราจร รายงานขององค์การ Handicap International ในประเทศเบลเยียมระบุว่า ในช่วงระหว่างปี2549-2551 มีชาวเขมรกว่า 814 คน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และกว่า11,178 คน ได้รับบาดเจ็บ
นายกิมเองกล่าวว่า ผลสำรวจเหล่านี้คือหลักฐานอย่างดี ที่แสดงให้เห็นว่ากัมพูชาต้องการกฎหมายที่ควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลกัมพูชายังคงไม่มีแผนที่จะจำกัดอายุนักดื่ม
จากรายงานชิ้นเดิมยังระบุอีกว่า นักดื่มส่วนใหญ่จะกระจุกตัวกันมากในบริเวณจังหวัดติดชายแดน 5 จังหวัด รวมทั้ง จ.สวายเรียง (Svay Rieng) และ จ.บ้านใต้มีชัย (Banteay Meanchey) ด้วย
"ในขั้นแรก เราต้องพยายามที่จะผลักดันการบังคับใช้เกี่ยวกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน 5 จังหวัดนี้ก่อนเพื่อที่จะทำให้จำนวนนักดื่มลดลงบ้าง" นายกิม เอง กล่าว
"ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีต่อชาวเขมรถ้าเราจะมีการจำกัดอายุคนดื่ม แต่ผมไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ที่จะมีกฎบังคับใช้ แต่คงเป็นการยากที่จะให้เราเข้าไปหยุดพวกเขาไม่ให้ดื่มได้" ดร.แวงไทย (Veng Thai) ผู้อำนวยสำนักงานสาธารณสุขกรุงพนมเปญกล่าว
น.ส.ฮุนจันฟัลลลา (Hun Chan Phella) ที่ทำงานเป็นพนักงานแนะเครื่องดื่มเบียร์ในร้านอาหารแห่งหนึ่งกลางกรุงพนมเปญ กล่าวว่า เธอต้องพยายามกระตุ้นให้ลูกค้าดื่มเยอะๆ เท่าที่จะทำได้เพราะเป็นงานของเธอ และยังบอกอีกว่าลูกค้าของเธอส่วนใหญ่ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นทั้งนั้น
"ฉันคิดว่าพวกเขาส่วนใหญ่อายุไม่น่าจะเกิน 20 ปี และบางครั้งฉันก็คิดว่าฉันทำผิดที่พยายามให้พวกเขาซื้อเบียร์ของฉันแต่มันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำฉันก็ไม่มีเงินไปเลี้ยงดูครอบครัว"ฟัลลากล่าว
ที่มา ASTVผู้จัดการรายวัน (17 ก.ย.52)
