Skip navigation.

ยืนยันเด็กฟังวิทยุมีพัฒนาการมากกว่าการดูทีวี

ยืนยันเด็กฟังวิทยุมีพัฒนาการมากกว่าการดูทีวีเสียง ยืนยันจากพ่อแม่และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ฟังวิทยุทำให้เด็กมีพัฒนาการมากกว่าการดูโทรทัศน์ หากเด็กเล็กดูโทรทัศน์นานเกินไป พัฒนาการด้านภาษาหรือด้านร่างกาย จะไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่ เด็กอาจจะพูดช้า ร่างกายของเด็กอาจไม่ได้ใช้เต็มที่

"การดูโทรทัศน์ จะไม่มีปฏิสัมพันธ์ มันทำให้ขาดจินตนาการ ขาดความคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่จะช่วยด้านจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี คือ การฟังวิทยุ" คำกล่าวของคุณสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน (คุณโน) ผู้ดำเนินรายการ "พ่อแม่มือใหม่หัวใจเกินร้อย" ทางคลื่น FM 105 MHz.คลื่นวิทยุไทยเพื่อเด็กและครอบครัว และบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Mother & Care

จากคำกล่าวข้างต้นของคุณสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน สะท้อนให้หลายครอบครัวตระหนักถึงความสำคัญในการเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธี และสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือการเลือกใช้สื่อด้วยความระมัดระวัง เพราะเด็กเป็นวัยที่บอบบาง และพร้อมที่จะเรียนรู้และซึมซับเรื่องต่างๆรอบตัวได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ พ. ญ.ณัฏฐิณี ชินะจิตพันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสียจากการดู โทรทัศน์เป็นเวลาที่นานเกินไปว่า "ถ้าให้เด็กเล็กดูโทรทัศน์นานเกิน ไป พัฒนาการด้านภาษาหรือด้านร่างกาย จะไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่ เด็กอาจจะพูดช้า ร่างกายของเด็กอาจไม่ได้ใช้เต็มที่ ไม่ได้ออกไป วิ่งเล่นหรือออกกำลังกาย แม้กระทั่งในเด็กโต หากนั่งดูโทรทัศน์เป็นเวลานานๆ อาจมีผลทางด้านร่างกายคือเกิดเป็นโรคอ้วนได้ อาจจะมีปัญหาทางสายตา หรือเด็กอาจไม่ได้มีการเรียนรู้จากสื่ออื่นเลย ดูแต่โทรทัศน์ทั้งวัน ก็อาจเกิดการเรียนรู้ที่ผิดๆไม่ตรงกับความจริงจากโทรทัศน์และอาจเกิดการ เลียนแบบได้ และสำหรับเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ไม่ควรให้ดูโทรทัศน์เลย เพราะว่าวัยนี้ภาษาก็ยังไม่พัฒนาเต็มที่ และเด็กยังฝึกการเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม ถ้าเด็กได้ทำกิจกรรม ได้หยิบจับของ จะดีกว่าการดูโทรทัศน์ วิธีการที่สำคัญในการที่จะทำให้การดูโทรทัศน์อย่างพอเหมาะ เด็กทุกวัยไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนหรือวัยรุ่น ไม่ควรดูโทรทัศน์มากเกินกว่าวันละ 3 ชั่วโมง" พ.ญ.ณัฏฐิณี กล่าว


(ด. ญ.จิราภัทร จิรพงศาธร หรือ น้องหลีฮั้ว อายุ 6 ขวบ)    (ครอบครัวคุณชื่นจิตต์ ตั้งชูทรัพย์)

คุณชื่นจิตต์ ตั้งชูทรัพย์ เป็นหนึ่งในแฟนประจำรายการ ที่ได้มีโอกาสโทรเข้ามาร่วมพูดคุยในรายการพ่อแม่มือใหม่หัวใจเกินร้อยว่า "ตั้งแต่ลูกคนเล็ก(น้องหลีฮั้ว) ได้ฟังรายการวิทยุทางเอฟ เอ็ม 105 ก็ได้เห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากที่ลูกเคย ดูโทรทัศน์หลายชั่วโมงติดกัน ทุกวันนี้เค้าดูแค่ 5 นาที ก็ปิดแล้ว และหันมาฟังวิทยุแทน ลูกชอบมากเพราะทางรายการเปิดโอกาสให้เค้าได้มีส่วนร่วมในรายการ ร่วมพูดคุยกับเค้า ให้เค้าได้ร้องเพลง เล่านิทาน ซึ่งที่ผ่านมาปกติเวลาที่ลูกเลิกเรียนกลับบ้านมา ก็จะออกไปเล่นกับเพื่อนๆ ขอเปิดคอมพิวเตอร์เล่น แต่หลังจากที่ได้ฟังรายการก็เปลี่ยนไปเลย กลับมาบ้านก็เปิดรายการของเอฟเอ็ม105 ในช่วงรายการเด็กฟัง พอฟังเสร็จแล้วก็หยิบการบ้านขึ้นมาทำเอง โดยที่ไม่มีใครบอกเลย ส่วนตัวคุณแม่ประทับใจและชื่นชอบคลื่นนี้มาก เพราะมีประโยชน์มากๆต่อครอบครัว และทุกวันนี้คุณแม่ก็เปิดคลื่นนี้ค้างไว้เลยทุกวันฟังตั้งแต่เช้าถึงดึกเลย"

สำหรับรายการพ่อแม่มือใหม่หัวใจเกินร้อย เป็นรายการดีดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ในการนำเสนอข้อมูลรอบด้านที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแล เลี้ยงดูบุตรหลานของท่าน ด้วยความรู้คู่กับความรัก อีกทั้งยังมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาเป็นวิทยากรรับเชิญให้สัมภาษณ์ในรายการอย่างต่อ เนื่อง

มา ร่วมกันเลี้ยงดูลูกรักไปกับเราได้ในรายการ "พ่อแม่มือใหม่หัวใจเกินร้อย" กับคุณสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน (คุณโน) ได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 10.00 - 11.00 น. ทางคลื่น FM 105 MHz.คลื่นวิทยุไทยเพื่อเด็กและครอบครัว และทาง www.radiothai.fm ได้ทุกวันตลอด 24 ชม.


อ้างอิงข้อมูลเกี่ยวกับภัยจากการดูโทรทัศน์บางส่วนจาก http://www.panyathai.or.th