คนคิดสังคมเคลื่อน: คลิปความรุนแรงผลกระทบต่อสังคมเด็กและเยาวชน
นพ.กมล แสงทองศรีกมล กุมารเวชเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า มีรายงานการวิจัยพบว่า การเห็นฉากที่เต็มไปด้วยความรุนแรงซ้ำๆ กัน จะส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มคนมีความหวั่นไหวทางอารมณ์ หรือกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมซึมเศร้า ซึ่งกลุ่มเด็กเล็กจะตอบสนองต่อความรุนแรงในทันที โดยจะไม่คำนึงถึงความเจ็บปวดของผู้อื่น เพราะเด็กไม่มีวุฒิภาวะที่จะไตร่ตรอง ส่วนกลุ่มคนที่เป็นโรคซึมเศร้า พร้อมที่จะกระทำความรุนแรงซ้ำกับสิ่งที่เห็นทันที เช่น การฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เรื่องความรุนแรงในเพศหญิง ที่มีแนวโน้มการเกิดความรุนแรงมากขึ้น
ซึ่งในความเป็นจริง ถูกแล้วที่สื่อมีหน้าที่ต่องนำเสนอแต่ก็จริงอีกที่ทุกครั้งที่มีการนำเสนอ ความรุนแรงซ้ำๆ ก็จะเกิดการกระตุ้นทำให้เกิดอารมณ์ร่วม แต่การจะไม่นำเสนอเลยก็ย่อมไม่สามารถนำได้ ดังนั้นจึงต้องเกิดกระบวนการควบคุมการนำเสนออย่างพอดี จำต้องเปลี่ยนแปลงการสอนจริยธรรมในระบบการศึกษาใหม่ ให้รู้จักจิตสาธารณะของสังคมและความรู้สึกมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม
ปัจจุบัน ทัศนะของสังคมไทยที่มีต่อข่าวความรุนแรงที่เกิดจากการเลียนแบบของเยาวชนผ่าน สื่อนั้น เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและรู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ โดยสาเหตุที่ทุกๆคนจะพูดถึงเสมอๆ คือ การที่ไม่ได้หรือขาดโอกาสในการได้รับการชี้แนะหรือการสั่งสอนอย่างถูกต้อง จากผู้ใหญ่หรือคนในครอบครัว ซึ่งได้มีผลสำรวจจากสวนดุสิตโพลระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน ว่าวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ร้อยละ 38.40 เห็นว่าต้องเริ่มจากครอบครัวที่มีการดูแลเอาใจใส่ และการอบรมสั่งสอนที่ดี ดังนั้น สถาบันที่เล็กที่สุดแต่สำคัญที่สุดอย่างสถาบันครอบครัว จึงเป็นโจทย์หนึ่งในการแก้ปัญหาในรูปแบบของการให้ภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อ ป้องกันความรุนแรงผ่านสื่อที่เกิดขึ้นกับลูกหลานของเรา
การ แก้ปัญหาใดๆ ของสังคมสักหนึ่งปัญหา ก็ต้องมีผู้ช่วยแก้เป็นคนในสังคมนั้นๆ เนื่องจากสังคมเป็นสภาพของการอยู่ร่วมกันที่ซับซ้อนบนความสัมพันธ์ที่หลา หหลาย การจะคลายปมก็ต้องได้รับคงามร่วมมือที่หลากหลาย ซึ่งในกรณีปัญหาคลิปความรุนแรงนี้ ทางสื่อมวลชนก็ต้องลดความถี่ของการนำเสนอลงและควบคุมการนำเสนออย่างเหมาะสม และพอดีควรสร้างจรรยาบรรณทางวิชาชีพด้านข่าวให้เข้มแข็ง ทางด้านหน่วยงานภาครัฐ ควรเร่งให้ความรู้และทำความเข้าใจกับผู้ใช้สื่อให้รู้เท่าทัน และทำงานอย่างจริงจัง ทางด้านผู้บริโภคก็ต้องไม่เลือกหรือไม่สนับสนุนที่จะบริโภคสื่อที่ไม่มีการ ควบคุมการนำเสนออย่างพอดีและเหมาะสม ซึ่งเป็นพลังทางสังคมที่แข็งแกร่งรวมถึงผลักดันให้เกิดกลไกในการมีส่วนร่วม ของประชาชนในกานำเสนอสื่อ ที่สำคัญครอบครัวต้องเห็นความสำคัญและตระหนักมากๆ ถึงผลกระทบของความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจึงต้องเกิดกระบวนการเรียนรู้ขึ้นภาย ในครอบครัวของตนมีเวลาเพื่อการแลกเปลี่ยนพูดคุยเมื่อรับชมข่าวสาร มีทัศนะในการดูแลเอาใจใส่พฤติกรรมการบริโภคสื่อของสมาชิกในบ้าน
ทั้งนี้ สังคมจะดีได้ ก็ต้องดีด้วยคนในสังคมเอง...
สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ www.thaihealth.or.th สอบถาม 0-2298-0500 ต่อ 1222
เรื่องโดย นายธีรพัฒน์ อังศุชวาล เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ
ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน(13ต.ค.52)

