เคเบิลทีวีเจอร้องเรียนเพียบ เตรียมหารือภาครัฐจัดเรต
นาง อัญญาอร พานิชพึ่งรัถ ประธานเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อให้สัมภาษณ์ว่า เครือข่ายฯได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองเกี่ยวกับรายการในเคเบิลทีวีว่า ขณะนี้เคเบิลทีวีหลายแห่งแพร่ภาพรายการที่แสดงออกถึงความรุนแรง มีการโฆษณาเกี่ยวกับยาปลุกเซ็กซ์อย่างโจ๋งครึ่ม แพร่ภาพการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ ฯลฯ ซึ่งไม่สมควร ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม เด็กจะใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรทัศน์เป็นเวลานาน ยิ่งน่าเป็นห่วง ดังนั้นเครือข่ายจึงจะรวบรวมข้อมูลและนำไปหารือกับสมาคมเคเบิลทีวีถึงความ เป็นไปได้ในการจัดเรตติ้ง ก่อนนำเสนอเรื่องดังกล่าวให้ภาครัฐพิจารณา
เกี่ยว กับเรื่องนี้นายเกษม อินทร์แก้ว นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยให้สัมภาษณ์ว่า ในความเห็นของตนเคเบิลทีวีที่ถูกร้องเรียนน่าจะเป็นช่องที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ของทั้งสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยและสมาคมทีวีดาวเทียม เพราะถ้าเป็นสมาชิกสมาคมทั้ง 2 จะมีการตรวจสอบทั้งในเรื่องรายการและโฆษณาที่แพร่ภาพ ส่วนการจัดเรตติ้งนั้นยินดีที่จะหารือ อย่างไรก็ตาม คงทำได้เฉพาะรายการที่ผลิตโดยคนไทย ส่วนรายการที่ซื้อจากต่างประเทศไม่สามารถทำได้
ด้านนายพนา ทองมีอาคม คณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งมีอำนาจดูแลสื่อชั่วคราวตามกฎหมาย กล่าวโดยยอมรับว่าที่ผ่านมาภาครัฐตอบสนองต่อสังคมช้าเกินไป ทั้งในส่วนของกฎหมายและการตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จสักที ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวจึงอยู่ในสภาพสุญญากาศ
"ที่จริงคณะอนุฯมี อำนาจในการกำกับดูแล แต่เราขาดกำลังคน เราไม่มีกำลังคนของตัวเอง ต้องอาศัยกำลังของ กทช.ซึ่งเขาก็มีงานยุ่งอยู่แล้ว ขณะที่คณะอนุฯมีคณะทำงานหลักๆ เกี่ยวกับวิทยุชุมชนที่ส่งผลกระทบกับคนเป็นจำนวนมาก" นายพนากล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องเคเบิลทีวีก็อยู่ในความสนใจและคงนำมาหารือกันแน่นอน
ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับเรื่องที่เป็นข่าวไม่กี่วันก่อนเกี่ยวกับเด็กชายวัย 10 ขวบที่ฆ่าตัวตาย และมีข่าวเกี่ยวพันไปถึงรายการ "1000 Ways to die" ที่แพร่ภาพทางทรูวิชั่นส์ว่าเป็นรายการที่เด็กชอบดูนั้น ล่าสุดทรูวิชั่นส์ทำจดหมายชี้แจงว่า ความจริงเนื้อหารายการดังกล่าวไม่ได้ออกแนวยั่วยุ หรือแนะนำวิธีฆ่าตัวตาย แต่จะยกให้เห็นถึงเรื่องต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตหากขาดความระมัดระวังมากกว่า
ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน (14ต.ค.52)
