เติมละคร แต่งรอยยิ้ม แต้มจินตนาการ เพื่อสร้างสุขสู่เด็กพิเศษ
แนวทางในการดำเนินงาน
แบ่งเป็น 2 เฟส
เฟส 1 เด็กบกพร่องทางการได้ยิน
-drama workshop
-show and share
-show in community
เฟส 2 เด็กบกพร่องทางปัญญา
-drama workshop
-show and share
-show in community
1.ประสานงานสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ
2.ประสานงานโรงเรียนเด็กพิเศษ (บกพร่องทางหูและทางปัญญา) ทั้ง 6 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคเหนือตอนล่าง
3.ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ประเมิน ครูเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ
4.อบรมละคร / รวบรวมและถอดบทเรียนจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนจากกระบวนการละครภาคเหนือและภาคเหนือตอนล่าง 6 พื้นที่ ดังนี้
4.1อบรมช่วงที่ 1 อบรมทักษะละคร 3 พื้นที่
(1) โรงเรียนนครสวรรค์ปัญญานุกูล
(2) โรงเรียนโสตศึกษาจ.ตาก
(3) โรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล
จัดแสดงในแต่ละโรงเรียนโดยเชิญผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารท้องถิ่น เข้าชมการแสดง รวบรวมสรุปผลการเรียนรู้ตามพื้นที่โดยผู้ประเมิน สังเกตการณ์ วิเคราะห์วิธีการเพื่อจัดทำหลักสูตรโดยครูพี่เลี้ยง
5.ประชุมสรุปผลการดำเนินงานช่วงแรกร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปพัฒนาการอบรมช่วงที่ 2 พร้อมทั้งเปิดเวทีหารือ เพื่อระดมทุนสู่การทำกิจกรรมละครในระดับพื้นที่ให้เกิดความต่อเนื่อง
6.อบรมช่วงที่ 2 อบรมทักษะละคร 3 พื้นที่
(1) โรงเรียนน่านปัญญานุกูล
(2) โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล
(3) โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร
จัดแสดงในแต่ละโรงเรียนโดยเชิญผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารท้องถิ่น เข้าชมการแสดง รวบรวมสรุปผลการเรียนรู้ตามพื้นที่โดยผู้ประเมิน สังเกตการณ์ วิเคราะห์วิธีการเพื่อจัดทำหลักสูตรโดยครูพี่เลี้ยง
7.ประชุมผู้อำนวยการ ครู และผู้เข้าร่วมโครงการ ผู้นำการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้จากกระบวนการละครเพื่อพัฒนาเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและปัญญา เพื่อจัดทำเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน จำนวน 6 โรงเรียน และหาแหล่งทุนเพื่อพัฒนากระบวนการละครในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
8.สรุปผลการเรียนรู้จากผู้ประเมิน ผู้ประเมินรวบรวมผลการเรียนรู้/หลักสูตร
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.เด็กบกพร่องทางการได้ยิน
1.1เด็ก ๆ ผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินเกิดความมั่นใจในตนเอง เคารพผู้อื่นและสามารถใช้สื่อละครสู่การแสดงออกในทางที่สร้างสรรค์
1.2เด็ก ๆผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถคิด วิเคราะห์และทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
1.3เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเด็กผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินในระดับภูมิภาค
1.4เด็ก ๆ ผู้มีความบกพร่องทางการได้เกิดความสุขจากกิจกรรมการแสดงละคร
1.5เกิดหลักสูตรการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้จากกระบวนการละครในโรง
เรียน จำนวน 6 โรงเรียน
2.เด็กบกพร่องทางปัญญา
2.1เด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาเกิดจินตนาการและความทรงจำอันเป็นสุข
2.2เด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาได้ใช้ความรู้ ความสามารถในด้านต่าง ๆ สู่การสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบละครหุ่นเงา
2.3เด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาเกิดสมาธิในการเรียนรู้ และมีพัฒนาการที่ดีในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
2.4เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เวทีแสดงความสามารถจนเป็นความสุข และความภาคภูมิใจในกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญา
ตัวชี้วัด
เชิงปริมาณ
1.มีเด็กที่มีความบกพร่องทางหูและบกพร่องทางปัญญาเกิดความสนุกสนานตลอดจนเกิดสุขภาวะจากการมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างละครร่วมกันอย่างน้อย 120 คน
2.ครูผู้สอนในโรงเรียนศึกษาพิเศษอย่างน้อยจำนวน 18 คน ได้จัดทำ
หลักสูตรการเรียนการสอนโดยผ่านกระบวนการละครจนเกิดเป็นแนวทางการพัฒนากลุ่มเด็กพิเศษในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
1.เด็กบกพร่องทางการได้ยิน
1.1เพื่อให้เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเกิดความมั่นใจ ภาคภูมิใจ และมีความสุขจากกระบวนการละคร
1.2เพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านการสื่อสารสู่การทำงานอย่างมีส่วนร่วมแก่เด็กผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน
1.3เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเด็กผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินในระดับภูมิภาค
1.4เพื่อผลักดันให้เกิดวิจัยกระบวนการละครต่อการพัฒนาเด็กที่มี
ความบกพร่องทางการได้ยินและนำไปเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน
2.เด็กบกพร่องทางปัญญา
2.1เพื่อสร้างจินตนาการสู่ความทรงจำอันเป็นสุขให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญา
2.2เพื่อให้เด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาเกิดสมาธิในการเรียนรู้และมีการพัฒนาการที่ดีในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
2.3เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาได้ใช้ความสามารถในด้านต่าง ๆสู่การสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบละครหุ่นเงา
2.4เพื่อให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงความสามารถ จนเกิดความสุขและความภาคภูมิใจในกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญา
