Skip navigation.

ตลาดหนังสือเด็ก (ตอนที่ 2 )

หนังสือเด็ก แพงเกินเล่มละร้อย

หนังสือที่หน่วยงานต่างๆ แนะนำ ในส่วนของหนังสือเด็กเล็กมีหนังสือแปลร้อยละ 24.71 หรือประมาณหนึ่งในสี่ของหนังสือเด็กเล็กทั้งหมด ราคาเฉลี่ยของหนังสือดังกล่าวอยู่ที่เล่มละ 168 บาท และหนังสือที่แต่งโดยคนไทยราคาเฉลี่ยอยู่ที่เล่มละ 111 บาท

หนังสือเด็กโต เป็นหนังสือแปลร้อยละ 20.45 หรือประมาณหนึ่งในห้าของหนังสือเด็กกลุ่มนี้ ราคาเฉลี่ยของหนังสือแปลอยู่ที่เล่มละ 203 บาท และราคาเฉลี่ยเล่มละ 113 บาทสำหรับหนังสือที่แต่งโดยคนไทย

หนังสือเด็กบางเล่มมีราคาสูงขึ้นจากเดิมมากเมื่อนำมาพิมพ์ใหม่ ทั้งนี้อาจเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จากการสำรวจพบว่า หนังสือที่ขายได้ในตลาด ในรอบสิบปีจะมีราคาสูงขึ้นประมาณเกือบหนึ่งเท่าตัว และราคาจะเป็นสองเท่าตัวในรอบยี่สิบปี ซึ่งหนังสือที่ได้รับความนิยมจะมีการพิมพ์ซ้ำอยู่เสมอโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องเวลา

หนังสือรางวัล...อะไรที่หายไป

จากการสำรวจพบว่า หนังสือเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุกลุ่มอายุของผู้อ่านไว้ มีเพียงบางสำนักพิมพ์เท่านั้นที่ระบุไว้ที่ปกหลังของหนังสือ  จากการศึกษาหนังสือที่ได้รับรางวัล “หนังสือดีเด่น” สำหรับเด็กวัย 3-5 ปี และ 6-11 ปี ในช่วงสิบปี พบว่า ความมีน้ำใจ คือ แก่นเรื่องของหนังสือรางวัลทั้งสองกลุ่มวัยที่มุ่งเน้นส่งเสริมเด็กเป็นหลัก หนังสือที่มุ่งเน้นให้ความรู้โดยตรงมีมากเป็นลำดับรองลงมา

เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ได้แก่ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี และมีน้ำใจ พบว่า หนังสือที่ส่งเสริมในเรื่องความซื่อสัตย์ไม่ปรากฏในหนังสือเด็กทั้งสองกลุ่ม หนังสือที่ส่งเสริมในเรื่องความประหยัดพบในกลุ่มหนังสือสำหรับเด็ก 6-11 ปี ซึ่งล้วนเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องที่ใกล้ตัวเด็ก เช่น การใช้จ่ายเงินหรือการออม เป็นต้น

นอกจากนี้ ข้อสังเกตคือ หนังสือรางวัลเกือบทั้งหมดไม่มีเนื้อหาที่เน้นส่งเสริมเด็กในเรื่องการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาเลย มีหนังสือเพียงเล่มเดียวที่กล่าวถึงประเด็นนี้แต่ไม่ใช่จุดเน้นของเนื้อหา อีกทั้งมีหนังสือที่กล่าวถึงชีวิตในโรงเรียนหรือการเตรียมตัวไปโรงเรียนเพียง 2 เรื่อง ล้วนอยู่ในกลุ่มหนังสือเด็ก 3-5 ปี ขณะที่หนังสือสำหรับเด็กที่ได้รางวัลในกลุ่ม 6-11 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เข้าโรงเรียนแล้วกลับไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโรงเรียนเลย และไม่พบเรื่องราวที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวเลยสำหรับหนังสือกลุ่มวัยนี้

สอนเด็กให้อ่านเป็น

-    เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ควรเป็นหนังสือที่มีภาพใหญ่ ชัดเจน มีสีสันหรือขาวดำ แต่ต้องเป็นภาพที่มีความเหมือนจริง ผลิตด้วยกระดาษที่หนา คงทน หรือวัสดุที่นุ่มนวลละมุนมือ แต่ต้องทำความสะอาดได้ง่าย เพราะเด็กเล็กชอบเลียและกัดหนังสือ

-    เด็กวัย 1-2 ปี เนื้อหาต้องดึงดูดความสนใจ เพราะเด็กเริ่มรู้จักจำ เริ่มเข้าใจและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุกับเหตุการณ์ รูปเล่มมีความสำคัญควบคู่ไปกับเนื้อหา เด็กๆ จะรู้สึกสนุกกับการเปิดหนังสือด้วยตัวเอง

-    เด็กวัย 2-3 ปี ควรเป็นหนังสือภาพคน สัตว์ สิ่งของ นำเสนอในรูปคำคล้องจอง เพราะเป็นช่วงวัยที่เด็กสามารถพัฒนาทักษะด้านภาษาผ่านภาษาดนตรีที่มีจังหวะ มีการนำเสนอคำซ้ำ ย้ำ ทวน ซ้ำไปซ้ำมา เหมาะกับเด็กวัยนี้เป็นอย่างยิ่ง

-    เด็กวัย 4-5 ปี เป็นวัยอยากรู้อยากเห็น วัยเจ้าปัญหา “ทำไม? ทำไม?” ต้องการจะรู้ว่าสิ่งนั้นมาจากไหน ควรจะเป็นนิทานสั้นๆ เข้าใจง่าย ส่งเสริมจินตนาการและอิงความจริงอยู่บ้าง

-    เด็กวัย 5-6 ปี เริ่มสนใจโลกของความเป็นจริง แยกอดีตปัจจุบันได้ เริ่มรู้จักสิ่งแวดล้อมที่ห่างตัวมากขึ้น เริ่มเข้าใจว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง ควรส่งเสริมเรื่องจริงในปัจจุบันหรือประเภทวีรบุรุษทั้งหลาย


เพิ่มพื้นที่อ่านเขียน...เพื่อเซียนตัวน้อย

-    พ่อแม่ ครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมเพิ่มพื้นที่การอ่าน-การเขียนสำหรับเด็ก
-    การจัดแบ่งหนังสือเด็กตามระดับอายุและความเหมาะสมตามพัฒนาการของผู้อ่าน ควรกำหนดโดยสำนักพิมพ์และระบุไว้ที่ปกหนังสือ
-    สำนักพิมพ์ขนาดเล็กอาจต้องรวมตัวกันในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อขยายส่วนแบ่งพื้นที่สื่อดี และสร้างโอกาสในการต่อรองราคาหนังสือให้ถูกลง
-    หน่วยงานคัดสรรหนังสือ ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วนในกระบวนการคัดสรร ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้เด็กได้อ่านหนังสือ
-    ในหนังสือเด็ก ตัวละครหลักที่เป็นเพศหญิงมีจำนวนน้อย นักเขียนอาจช่วยส่งเสริมบทบาทของเพศหญิงและค่านิยมในการสร้างความเท่าเทียมได้ ด้วยการสร้างตัวละครหลักที่เป็นเพศหญิงให้เพิ่มมากขึ้น
-    นักเขียนหรือสำนักพิมพ์ควรเพิ่มแก่นพัฒนาเด็กสู่การเป็น “คนมีคุณภาพ” ของสังคม เช่น ความซื่อสัตย์ ความประหยัด การออกกำลังกาย เป็นต้น

-    วงการส่งเสริมการอ่านในภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันพัฒนาการอ่านในเชิงบูรณาการ-    วงวิชาการเพิ่มพูนการศึกษาวิจัยเรื่องของหนังสือและการอ่านในมิติต่างๆ เพื่อใช้เป็นฐานความรู้ในการพัฒนาเด็ก เยาวชน และสังคม

สำรวจตลาดโดย      : พิรุณ    อนวัชศิริวงศ์
รายงานการสำรวจสภาพการณ์หนังสือเด็ก กลุ่มอายุ 0-6 ปีและ6-12 ปี,31 ตุลาคม 2552


ขอขอบคุณภาพจาก         www.bloggang.com
http://tyk.trendyday.com/World/
http://www.oneclickmarket.com