Skip navigation.

ร่างพรบ.กองทุนสื่อฯ ผ่านความเห็นชอบของครม.ฉลุย เตรียมเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป

เมื่อวันอังคารที่  23 มีนาคมที่ผ่านมา เด็กไทยได้เฮครึ่งทางเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติผ่านความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ...

หลังจากนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะนำสู่การพิจารณาของรัฐสภาเพื่อพิจารณาผ่านความเห็นชอบ เด็กๆ ต้องรอลุ้นว่าในที่สุดความฝันของพวกเขาจะเป็นจริงแค่ไหนและผู้ใหญ่ในสังคมไทยจริงใจในการเพิ่มพื้นที่สื่อสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนเพียงใด


ทำไมร่างกฎหมายฉบับนี้จึงมีความสำคัญ......

คำชี้แจงความจำเป็นในการตรากฎหมาย
๑. ร่างกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
๒. ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เสนอ
กระทรวงวัฒนธรรม
๓ ความเป็นมา
ผลการสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อของเด็กพบว่าโดยเฉลี่ยเด็กและเยาวชนไทยบริโภคสื่อวันละ ๑๒.๙ ชั่วโมง โดยมีสัดส่วนการรับชมโทรทัศน์สูงสุดอยู่ที่ ๕.๗ ชั่วโมงต่อวัน และใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเฉลี่ย ๓.๑ ชั่วโมงต่อวัน ในขณะเดียวกัน ผลการสำรวจสัดส่วนรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ประเภท ป (อายุ ๓ – ๕ ปี) และ ประเภท ด (อายุ ๖ – ๑๒ ปี) ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยโครงการ Child Media Watch พบว่า เฉลี่ยทุกสถานีในระบบฟรีทีวี มีสัดส่วนรายการเด็กเพียง ร้อยละ ๕.๔๘ ของเวลาออกอากาศทั้งหมด สอดคล้องกับผลการติดตามการจัดระดับความเหมาะสมของประเภทรายการโทรทัศน์ของเครือข่ายสถาบันวิชาการนิเทศศาสตร์ ๑๒ สถาบันและเครือข่ายครอบครัวอาสาเฝ้าระวังสื่อ ที่พบว่า รายการประเภท ป และ ด ในช่วงเวลา๑๖.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. ของทุกสถานี มีเพียงร้อยละ ๑๐ ซึ่งต่ำกว่าที่ระเบียบของกรมประชาสัมพันธ์ได้กำหนดไว้ว่าต้องมีรายการสำหรับเด็กและเยาวชน ร้อยละ ๒๕ ในผังรายการของช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนสื่อวิทยุนั้นพบว่ามีสัดส่วนของรายการสำหรับเด็กไม่ถึงร้อยละ ๑ ของจำนวนเวลาและสถานีทั่วประเทศ


การวิเคราะห์ของภาควิชาการต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า สาเหตุหลักที่ทำให้สื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว มีจำนวนน้อย เนื่องมาจาก ๑) นโยบายของสถานีที่มุ่งผลิตรายการเพื่อเป้าหมายทางการตลาด ๒) ข้อจำกัดด้านเงินทุน เพราะรายการเด็กที่มีคุณภาพสูงต้องใช้ทุนผลิตสูงกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อชั่วโมง ทำให้ผู้ผลิตรายย่อยและอิสระไม่สามารถอยู่ได้ ๓) ข้อจำกัดเรื่องผู้สนับสนุนรายการ เนื่องจากรายการเด็กมักอยู่ในช่วงเวลาไม่ดี ได้รับความนิยมไม่มาก จึงมีผู้สนับสนุนรายการน้อย ๔) ผู้ผลิตสื่อเด็ก ที่มีคุณภาพและมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเรียนรู้พัฒนาการของเด็ก และสาระทางวัฒนธรรม ยังมีจำนวนน้อย ทำให้เกิดข้อจำกัดเรื่องคุณภาพเนื้อหา ในขณะที่ช่องทางของการเผยแพร่มีมากขึ้น โดยเฉพาะทีวีในระบบอื่นๆ เช่น ดาวเทียม และ อินเทอร์เน็ต จึงทำให้มีความจำเป็นต้องเพิ่มเนื้อหาที่สร้างสรรค์


ปัญหาข้างต้นไม่เพียงแต่เกิดขึ้นกับสื่อโทรทัศน์สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับสื่อประเภทอื่นๆ ที่มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนเช่นกัน อาทิ สื่อหนังสือ สื่อศิลปวัฒนธรรม สื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อเพื่อการเรียนรู้อื่นๆ อันแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องมีการจัดการเพื่อทำให้เกิดสื่อสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพและมีจำนวนที่เพียงพอสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว มีตัวอย่างความสำเร็จของต่างประเทศจำนวนไม่น้อย ที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของรัฐบาลในการสนับสนุนสื่อสร้างสรรค์





จนทำให้เกิดสื่อที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัวได้อย่างเห็นผลสำคัญ อาทิ BBC ของอังกฤษ ที่มีสถานีโทรทัศน์เฉพาะสำหรับเด็ก ๒ สถานี คือ CBeeBies สำหรับเด็กปฐมวัย และ CBBC สำหรับเด็กวัยเรียน ซึ่งทั้งสองสถานีมีรายการเพื่อการศึกษาและสื่อเสริมดิจิตอลที่สามารถเป็นสื่อการเรียนการสอนในโรงเรียนได้ประมาณร้อยละ ๓๕ ของผังรายการ ที่เหลือเป็นรายการสาระบันเทิงที่เหมาะสมกับกลุ่มวัยของเด็ก นอกจากนี้มีตัวอย่างของกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการผลิตสื่อเพื่อเด็ก ซึ่งมีกฎหมายและงบประมาณที่ชัดเจน อาทิ National Endowment for Children’s Education Television ของสหรัฐอเมริกา Australian Children’s Television Foundation ของออสเตรเลีย Telefilm Canada ของแคนาดา และ Broadcasting Development Fund และ KERIS ของเกาหลีใต้ เป็นต้น


ผลการสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เรื่องความคิดเห็นต่อการจัดตั้งสถาบันสนับสนุนการพัฒนาสังคมเพื่อเยาวชนและครอบครัว ปี ๒๕๕๐ จากกลุ่มตัวอย่าง ๑,๒๕๐ ราย พบว่ามีผู้สนับสนุน ร้อยละ ๗๘.๒ โดยร้อยละ ๗๙ เสนอให้รัฐเก็บเพิ่มจากภาษีสินค้าบาป และจากการสำรวจของเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวน ๒,๐๐๐ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ ๙๖ ของสมาชิกเครือข่ายเห็นด้วยกับการมีกองทุนสื่อสร้างสรรค์ และร้อยละ ๘๕ เห็นว่ารัฐควรเป็นองค์กรหลักในการสนับสนุนงบประมาณ


๔. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของภารกิจ
เพื่อให้กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นกลไกที่สำคัญในการสร้างและพัฒนาสื่อ เพื่อให้สังคมได้บริโภคสื่อที่สร้างสรรค์และมีคุณภาพ กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จะดำเนินภารกิจหลักที่สำคัญ ๔ ประการ คือ
๑) สนับสนุนให้เกิดการผลิตสื่อสร้างสรรค์ให้มีจำนวนมากขึ้น และมีคุณภาพมากขึ้น ในทุกประเภทของสื่อ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสนับสนุนการผลิตสื่อสร้างสรรค์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกองทุนฯ ได้กำหนดขึ้น
๒) สนับสนุนให้เกิดการศึกษาวิจัยและพัฒนาสื่อ เพื่อทำให้เกิดข้อมูลด้านการวิจัยและพัฒนาสำหรับการผลิตสื่อสร้างสรรค์ รวมทั้ง การเป็นหน่วยฝึกอบรมให้กับผู้ผลิตสื่อ เพื่อพัฒนาผู้ผลิตที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น
๓) สนับสนุนการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชนและครอบครัว ทั้งในระดับการเฝ้าระวังสื่อ การมีโอกาสร่วมผลิตสื่อ และการขยายเครือข่ายผู้บริโภคสื่อที่เป็นผู้ตื่นรู้และมีพลัง (active audiences) โดยเน้นให้กระจายครอบคลุมพื้นที่อย่างทั่วถึง
๔) สนับสนุนการพัฒนาช่องทางการเผยแพร่สื่อสร้างสรรค์ ให้สอดคล้องกับบริบทของเทคโนโลยี และความต้องการของพื้นที่ เช่น ช่องโทรทัศน์ในระบบต่างๆ คลื่นวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ช่องทางออนไลน์ ฯลฯ ตลอดจนการจัดพื้นที่อ่านหนังสือ หรือห้องสมุดที่มีชีวิต ให้กระจายทั่วประเทศ

๕. ใครเป็นผู้ทำภารกิจ 
กระทรวงวัฒนธรรม

๖ ความจำเป็นในการตรากฎหมาย
ในการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดสื่อสร้างสรรค์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงจำเป็นต้องกำหนดให้มีกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึงเพื่อพัฒนาศักยภาพในการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ของผู้ผลิตสื่ออาชีพ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระจายสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างทั่วถึงทุกระดับ รวมทั้งเพื่อสร้างกลไกในการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ โดยมีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหาร ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านต่างๆ และระดมการจัดหาทุนจากแหล่งต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงการระดมความร่วมมือจากเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา


๗. ความซ้ำซ้อนของกฎหมาย
- ไม่มี-


๘. ภาระต่อบุคคลและความคุ้มค่า
ก่อให้เกิดสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเด็ก และเยาวชน ที่เป็นฐานทรัพยากรสำคัญของประเทศ

๙. ความพร้อมของรัฐ
•    กระทรวงวัฒนธรรมมีความพร้อมในประเด็นต่อไปนี้
๑. มีนโยบายและมีคณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ
๒.เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อจำนวน ๒ ฉบับ
•    คณะรัฐมนตรีกำลังดำเนินการพัฒนาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โดยขณะนี้อยู่ในวาระที่ ๓ ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้กำหนดให้มีการจัดสรรเงินทุนให้แก่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์


๑๐. การรับฟังความคิดเห็น
ได้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นและสำรวจความคิดเห็นจากภาคประชาสังคมมากกว่า ๑๐ ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นมา

************************