วิทยุอนาคตสีขาวของสื่อสาธารณะ
แม้ว่าจะเป็นการทดลองโดยการนำรายการสำหรับเด็กเยาวชนและครอบครัวที่เคยออกอากาศทางสถานีวิทยุศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการมาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นรายการที่ร่วมมือกับวิทยุไทย ของ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สสท) และอีกส่วนหนึ่งเป็นรายการจากผู้ผลิตอิสระ
โดยภาพรวมแล้ว โครงการคลื่นวิทยุสีขาวได้สร้างสิ่งแปลกใหม่ให้กับวงการวิทยุในประเทศไทย เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีคลื่นวิทยุปลอดสารพิษ จัดรายการที่มีกลุ่มเป้าหมายคือครอบครัว เด็กและเยาวชน มารวมกันที่เดียวกันทั้งคลื่น อีกทั้งเนื้อหาของรายการก็มีการพัฒนาคุณภาพขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และได้สร้างทางเลือกที่แตกต่างอย่างมีคุณภาพในหน้าปัทม์วิทยุในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เบียดเสียดด้วยคลื่นวิทยุที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด เพื่อแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณา และถูกเบียดแทรกจากคลื่นวิทยุชุมชนจนฟังไม่ชัดในหลายพื้นที่
อีกทั้งการดำเนินการของกลุ่มที่ผลิตรายการสำหรับคลื่นสีขาวนี้ ยังต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติของกลุ่มผลประโยชน์ที่เป็นข้าราชการประจำ ที่เรียกร้องค่าเช่าค่าใช้คลื่นอีกทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มภาระต้นทุน ทั้งๆ ที่คลื่นมิใช่สมบัติส่วนตัวของหน่วยราชการ หรือหัวหน้าหน่วยราชการ ที่มักจะกักตุนคลื่นเพื่อหาประโยชน์ ทั้งๆ ที่มีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญว่าเป็นคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ เป็นทรัพยากรของส่วนรวม
ในสังคมประชาธิปไตยหลายประเทศที่มีสื่อสาธารณะและภาคการเมืองที่มีวุฒิภาวะ ประชาชนโดยรวมจะได้ประโยชน์จากการจัดสรรทรัพยากรคลื่นวิทยุโทรทัศน์ ให้เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มคนทุกภาคส่วน โดยให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ เพราะการปลูกฝังทัศนคติและค่านิยมที่ถูกต้องดีงาม เมื่อผู้ชมผู้ฟังยังอยู่ในวัยเยาว์ ต่อมาคนรุ่นนั้นเติบโตขึ้นมาย่อมกลายเป็นพลเมืองดีเป็นพลังที่ดีงามของสังคม เป็นการลงทุนทางสังคม (social investment) ที่ให้กำไรแก่สาธารณะในระยะยาว (long term public profit)
ปัญหาการป่วยไข้ของสังคมที่เราเห็นกันทุกวันนี้ การที่สังคมยอมรับให้นักการ เมืองโกงก็ได้ (ผลจากสำนักโพล) แม้กระทั่งการใช้ความรุนแรงเพื่อเอาชนะคะคานกัน เมื่อมีความคิดเห็นแตกต่างกัน หรือการปล่อยให้มีกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง มีหรือใช้สื่อ เป็นเครื่องมือ ชักนำให้ผู้คนทำผิดกฎหมาย ยกพวกตีกัน ก็เพราะว่าแต่ไหนแต่ไรมา สังคมไทยไม่เคยมีวิทยุ หรือ ทีวีเพื่อสาธารณะ ที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง เป็นธรรม ให้ความรู้ที่ยกระดับทักษะชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิต รู้สำนึกถึงความเป็นพลเมือง และให้ความบันเทิงที่ไร้พิษภัยสร้างแรงบันดาลใจ สร้างทัศนคติทางบวก
ในประเทศอังกฤษ มีวัฒนธรรมสื่อเพื่อสาธารณะติดต่อกันมายาวนาน ก่อนสื่อพาณิชย์จะเริ่มกิจการ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุหรือโทรทัศน์ มีภาระกิจที่จะต้องแบ่งเวลาจัดรายการเพื่อครอบครัว เด็กและเยาวชน และเมื่อมีเทคโนโลยี่ดิจิทัล เข้ามาปฏิวัติวงการสื่อ ก็เลยมีการจัดแบ่งคลื่นวิทยุและทีวีเพื่อเด็กและเยาวชนเป็นการจำเพาะไปเลย คือ ของค่ายบีบีซีก็มีคลื่นวิทยุ BBC7 ทางทีวีก็มี Cbeebie สำหรับเด็กแรกเกิดถึงหกขวบ และ CBBC ตั้งแต่เจ็ดขวบถึงสิบห้า ส่วนค่ายสื่อพาณิชย์ ก็คือ CITV และ C4 Kids แต่ที่คึกคักก็เห็นจะเป็นหน้าออนไลน์ ที่ค่ายบีบีซียึดหัวหาดตลาด Children Contents ที่กว้างและลงลึก ทั้งยังใช้หน้าออนไลน์เป็นสะพานส่งรายการเพื่อการ ศึกษา โดยที่เด็กๆในอังกฤษ ไม่ต้องเข้าโรงเรียนกวดวิชาให้พ่อแม่ต้องเสียเงิน
ในช่วงที่เทคโนโลยี่ดิจิทัลยังไม่เกิด มีธรรมเนียมปฎิบัติที่ชัดเจนจากบีบีซี ว่าจะต้องจัดรายการทั้งประเภทการศึกษาและ รายการเด็ก เยาวชนและครอบครัว ในช่วงเวลาไพร์มไทม์ ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ และแม้สื่อพาณิชย์ ก็ยังทำตามธรรมเนียมปฏิบัตินี้เช่นกัน โดยไม่ต้องมีประกาศ หรือคำสั่ง หรือ รัฐธรรมนูญมาตราสี่สิบ หรือ มาตราไหนๆ เพราะไม่ต้องประกาศไว้ตรงไหนก็เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า คลื่นวิทยุโทรทัศน์เป็นทรัพยากรของชาติ ไม่ใช่ของนักการเมืองหรือข้าราชการ หรือกลุ่มทุน หรือนักจัดรายการ ดังนั้นการใช้ทรัพยากรของชาติ (ซึ่งหมายถึงประชาชน) ก็ต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม (สาธารณะ)
พอเทคโนโลยี่ดิจิทัลเบ่งบาน บีบีซีก็ยกคลื่นทีวีให้เด็กๆ เยาวชนและครอบครัวไปสองคลื่น และวิทยุหนึ่งคลื่นคือ BBC 7 เป็นคลื่นที่มีผังรายการเด็กและเยาวชนทั้งคลื่น สำหรับคลื่นหลักคือทีวี BBC One แต่ช่วงเวลาตั้งแต่ บ่ายสามโมงถึงทุ่ม ก็เป็นรายการที่ออกอากาศผังเดียวกับคลื่นเด็ก เยาวชนและครอบครัว จะมีผังรายการตรงกันตอนช่วงไพร์มไทม์ ผังรายการเด็กของ BBC Two ก็จะมีรายการตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ออกอากาศตอนสายๆ และ บ่าย ๆ เพื่อให้ครูนำไปเปิดประกอบ การสอนในห้องเรียน ทำอย่างนี้มายาวนานจนเป็นประเพณี
สิ่งที่เทคโนโลยี่ดิจิทัลกำลังสร้างความแปลกใหม่ให้แก่วงการสื่อในประเทศอังกฤษก็คือ วิทยุกลายเป็นสื่อที่จะกลับมามีบทบาทมากขึ้นในสังคมดิจิทัล เพราะเป็นสื่อที่พกพาได้ เข้าถึงตัวผู้คนง่าย ไม่ใช่สื่อที่ต้องจ้องมองอย่างทีวีหรือจอคอมพิวเตอร์ เป็นสื่อที่ผู้รับฟังสามารถทำงานหรือกิจกรรมอื่นไปพร้อมๆกันได้ เป็นสื่อที่สามารถผลิต Contents ได้ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าโทรทัศน์ แต่มี impact ไม่ด้อยกว่ากัน และที่กำลังนิยมกันมากขณะนี้ก็คือในสังคมเร่งรีบอย่างสังคมเมือง วิทยุกลายเป็นสื่อที่เลือกเก็บมารับฟังได้ระหว่างเดินทาง (on the move) อย่างเช่นการดาวน์โหลดใส่มือถือ และ podcasting ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือฟังวิทยุได้ ดาวน์โหลดเก็บรายการวิทยุไว้ฟังเมื่อไหร่ก็ได้
ในอนาคต วิทยุจะกลายมาเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้รับได้ง่ายมากขึ้น ต้นทุนถูกกว่ารายการโทรทัศน์ จะมีทั้งผู้รับและผู้ผลิต contents มากมายหลากหลายมากขึ้น และหาก ว่าผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้นำประเทศ เป็นผู้กำหนดทิศทางของสังคม อยากจะมียุทธศาสตร์ ที่ใช้สื่อเพื่อพัฒนาคุณภาพของพลเมือง ไม่ให้หมกมุ่นอยู่กับกีฬาสีอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ ก็น่าจะเปิดพื้นที่ให้สื่อวิทยุสร้างสรรค์ผลงานสำหรับเยาวชนและครอบครัว เป็นคลื่นสีขาว ที่วางรากฐานความรู้สำนึกในทางบวก แก่คนเป็นรุ่นสืบทอดกันต่อไป
ผู้กำหนดทิศทางของสังคม ก็คงจะต้องมีความกล้าหาญ และสัตย์ซื่อ courage and honest กล้าตัดสินใจที่จะทำงานรับใช้ประชาชนอย่างจริงจัง โดยจัดสรรทรัพยากรของชาติ ซึ่งหมายถึงคลื่นวิทยุโทรทัศน์ ให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพของพลเมืองผู้ใหญ่ในอนาคต โดยปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ว่า คลื่นวิทยุโทรทัศน์เป็นสมบัติของส่วนรวมจริงๆ มิใช่ของนักการเมือง หรือของหน่วยราชการ
คนทำงานสื่อสีขาว มีความตั้งใจและทุ่มเท ต้องการสร้างสิ่งใหม่ให้ส่วนรวม แต่ผู้กำหนดนโยบายยังส่งสัญญาณแบบเดิมๆ

