Skip navigation.

ปรากฏการณ์ความขัดแย้งการเมืองในสังคมออนไลน์

ปรากฏการณ์การชุมนุมของคน เสื้อหลากสี  - กลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนต่อต้านการยุบสภา หรือกลุ่มอื่นๆ สะท้อนให้เห็นภาพความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในโลกเครือข่ายออ นไลน์ (social media network) ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ แสดงให้เห็นถึงอำนาจของสื่อใหม่ (new media) ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทและพลังในการกำหนดทิศทางสังคม เป็นพฤติการณ์ที่น่าสนใจทางนิเทศศาสตร์ ท่ามกลางกระแสวิกฤติสื่อกระแสหลัก ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ ในประเด็นความอคติ ไม่เป็นธรรมและถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่การใช้สื่อออนไลน์นั้น จะเป็นไปในลักษณะที่ทดแทนในสิ่งที่สื่อ

<!--[if !mso]> <! v\:* {behavior:url(#default#VML);} o\:* {behavior:url(#default#VML);} w\:* {behavior:url(#default#VML);} .shape {behavior:url(#default#VML);} --> <!--[endif]--><!--[if gte mso 9]> Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4 <![endif]--><!--[if gte mso 9]> <![endif]--><!--[if !mso]> <! st1\:*{behavior:url(#ieooui) } --> <!--[endif]--> <!--[if gte mso 10]> <! /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-qformat:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; mso-para-margin:0in; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman","serif"; mso-bidi-font-family:"Angsana New";} table.MsoTableGrid {mso-style-name:"Table Grid"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-unhide:no; border:solid windowtext 1.0pt; mso-border-alt:solid windowtext .5pt; mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; mso-border-insideh:.5pt solid windowtext; mso-border-insidev:.5pt solid windowtext; mso-para-margin:0in; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman","serif"; mso-bidi-font-family:"Angsana New";} --> <!--[endif]-->

ปรากฏการณ์การชุมนุมของคน เสื้อหลากสี  - กลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนต่อต้านการยุบ สภา หรือกลุ่มอื่นๆ สะท้อนให้เห็นภาพความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในโลกเครือข่ายออ นไลน์ (social media network) ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ แสดงให้เห็นถึงอำนาจของสื่อใหม่ (new media) ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทและพลังในการกำหนดทิศทางสังคม เป็นพฤติการณ์ที่น่าสนใจทางนิเทศศาสตร์ ท่ามกลางกระแสวิกฤติสื่อกระแสหลัก ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ ในประเด็นความอคติ ไม่เป็นธรรมและถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่การใช้สื่อออนไลน์นั้น จะเป็นไปในลักษณะที่ทดแทนในสิ่งที่สื่อกระแสหลักไม่ได้ทำหน้าที่ หรือเสริมสร้างกระบวนการประชาธิปไตยมากน้อยหรือไม่ อย่างไรการศึกษามี วัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ ตรวจสอบ ปรากฎการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เกิดขึ้น

ในช่วง เวลาของการชุมนุมระหว่างวันที่ 12 มีนาคม – 30 พฤษภาคม 2553 ด้วยวิธีการวิจัยเนื้อหา (content analysis) ผ่าน 4 กลุ่มช่องทางสื่อใหม่อย่าง 1.เว็บเฟซบุ๊ค 2.ทวิตเตอร์ 3.เว็บบอร์ดพันทิป และ 4. การใช้ฟอร์เวิร์ดเมล์ผลการ ศึกษา พบว่า มีการใช้พื้นที่สื่อออนไลน์เพื่อการสื่อสารทางการเมืองในระดับกว้าง คึกคักและเข้มข้น แต่ค่อนข้างไปในลักษณะที่สร้างความแตกแยก มากกว่าสร้างความสมานฉันท์ กล่าวคือใน “เฟซ บุ๊ค”. พบ กว่า 1,300 เว็บไซต์ (ตัวเลข ณ เดือนพฤษภาคม ) แบ่งออกเป็น 19 กลุ่มวัตถุประสงค์ ทั้งการสนับสนุน/ต่อต้านรัฐบาล – คนเสื้อแดง กลุ่มสันติวิธี กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบ หรือกลุ่มล้อเลียนการเมือง

มีลักษณะของการรวมกลุ่มรณรงค์ต่อต้านการชุมนุม/สนับสนุนรัฐบาลไม่ให้ยุบสภา ค่อนข้างสูงมากกว่ากลุ่มสนับสนุนเสื้อแดง การเชื่อมโยงจับกลุ่มทางออนไลน์ยังนำไปสู่การรวมตัวกันในโลกจริง เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์และแสดงพลังทางการเมืองหลายด้านเนื้อหาส่วนมาก (กว่า 90 %) เป็นการจัดตั้งกลุ่มสังคมที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่อการชุมนุม ในประเด็นสำคัญคือต่อต้านการกระทำ-และไม่สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง และบางส่วนได้กลายมาเป็นพื้นที่สอดแนม เฝ้าระวัง การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวกับสถาบัน และนำเอามาถ่ายทอดต่อในกลุ่มของตน เพื่อแจ้งข่าวสารยังสมาชิก เพื่อรู้ เพื่อประจาณ ประณามและขอให้ช่วยกันลงโทษทางสังคมออนไลน์ และมีการนำข้อมูลส่วนตัวของบุคคลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อในอีเมล์, เว็บ บอร์ด เพื่อให้รับรู้กันในสาธารณะ ซึ่งมีกรณีที่นำไปสู่การจับกุม การไล่ออกจากสถานที่ทำงาน และการไม่คบค้าสมาคม-ปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงขณะที่สื่อทวิตเตอร์นั้น โดดเด่นไปการใช้งานเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเกาะติด ต่อเนื่อง โดยมีนักข่าว/ผู้สื่อข่าวเป็นผู้ทรงอิทธิพลในข่าวสารมากกว่ากลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะผู้สื่อข่าวในเครือเนชั่นส่วนพื้นที่เว็บบอร์ดสาธารณะในพันทิป ก็มีการตั้งกระตู้หลายพันกระทู้ในช่วงเกิดเหตุการณ์ชุมนุม และได้กลายเป็นพื้นที่วิวาทกรรมทางความคิดการเมือง พื้นที่แห่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางความขัดแย้งทางการเมืองหลายๆ กรณี มีการเชื่อมโยง ระดมข้อมูลข่าวสารจากพลเมืองเน็ตมากมายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้ความรู้ ข้อเท็จจริงมาหักล้างซึ่งกันและกันอย่างเสรี ขณะที่การแสดงความคิดเห็นบางส่วนก็มีทั้งช่วยกันเสริมสร้างความสมานฉันท์ ความเข้าใจและส่วนหนึ่งก็ได้กลายเป็นพื้นที่วิพากษ์ วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามอย่างดุดัน แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และสะท้อนความเกลียดชัง ผ่านภาษาเชิงเหยียดหยาม ประณาและยังมีการใช้ฟอร์เวิร์ดเมล์เพื่อ การสื่อสารให้ข้อมูลทางการเมืองในลักษณะชี้แจง แฉ วิพากษ์วิจารณ์ เบื้องลึกเบื้องหลังเหตุการณ์การชุมนุมของคนกลุ่มเสื้อแดง,พฤติ กรรมของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในการตีตนเสมอเจ้าหรือการกระทำที่คิดล้มล้างสถาบัน-คดีคอร์รัปชั่นในอดีต, เบื้องหลังความรุนแรงของการชุมนุมของคนเสื้อแดง, กลุ่ม บุคคล-องค์กร-สื่อเว็บไซต์ ที่เผยแพร่ความคิดล้มสถาบันกษัติรย์

การศึกษาพบ ว่า การใช้สื่อออนไลน์เพื่อการสื่อสารความขัดแย้งทางการเมือง กลายเป็นพื้นที่ของการโต้ตอบ ต่อสู้ เอาชนะกันทางการเมือง ระหว่างคนชนชั้นกลางและกลุ่มผู้ชุมนุม, ระหว่าง ผู้สนับสนุนรัฐบาลและผู้ต่อต้าน แม้จะมีเนื้อหาจากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง/นปช. บ้าง แต่ก็พบค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจมาจากสาเหตุที่รัฐควบคุม หรือสั่งปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท ปลุกระดม และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และสะท้อนว่าผู้คนที่ใช้สื่อออนไลน์ในเชิงสันติวิธี การหาทางออกและข้อเสนอแนะของวิกฤติปัญหาทางการเมืองนั้นยังอยู่ในระดับที่ ไม่เข้มข้น

ผลการศึกษา แบ่งออกเป็น 5 ประเด็น ดังนี้

1. กลุ่มรณรงค์ทางการเมืองผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ “facebook”


จาก การสำรวจ พบ 1,308 เว็บไซต์กลุ่ม (group site) แบ่งเป็น 19 กลุ่มวัตถุประสงค์ มากที่สุดคือ

1)กลุ่ม ต่อต้านคนเสื้อแดง (423 กลุ่ม, คิดเป็น 32.4 % )

2)กลุ่ม รักในหลวง/รักสถาบัน (144 กลุ่ม คิดเป็น 11.0%)

3)กลุ่ม รักประเทศไทย (121 กลุ่ม คิดเป็น 9.3%)

4)กลุ่ม สนับสนุนแดง (118 กลุ่ม คิดเป็น 9.0 %)

5)กลุ่มล้อ เลียน ขำขัน เสียดสี (91 กลุ่ม คิดเป็น 7.0%)

6)กลุ่ม สนับสนุนรัฐบาล (78 กลุ่ม คิดเป็น 6.0%)

7)กลุ่มต่อ ต้านรัฐบาล (74 กลุ่ม คิดเป็น 5.7 %)

ตารางแสดง จำนวนกลุ่มรณรงค์ทางการเมืองต่างๆ ที่พบในเฟซบุ๊ค

ระหว่างการชุมนุมทางการเมือง (12 มีนาคม – 30 พฤษภาคม 2553)

ลำดับ

วัตถุประสงค์กลุ่ม

จำนวนกลุ่มที่พบ

%

1

ต่อต้านแดง

423

32.4

2

รักในหลวง/สถาบัน

144

11.0

3

รักประเทศไทย

121

9.3

4

สนับสนุนแดง

118

9.0

5

ล้อเลียน ขำขัน เสียดสี

91

7.0

6

สนับสนุนรัฐบาล

78

6.0

7

ต่อต้านรัฐบาล

74

5.7

8

เรียกร้องสันติวิธี

45

3.4

9

เบื่อ บ่น หงุดหงิด

43

3.3

10

ไม่ออกตัวสนับสนุนฝ่ายใดชัดเจน

36

2.8

11

ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม

30

2.3

12

สนับสนุนทหาร

29

2.2

13

สนับสนุนพันธมิตร

23

1.8

14

พิสูจน์ ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง

20

1.5

15

ต่อต้านทหาร

11

0.8

16

รณรงค์ให้เกิดสันติวิธี

9

0.7

17

ต่อต้านพันธมิตร

5

0.4

18

เปลี่ยนความคิด

5

0.4

19

ไม่สนับสนุนนักวิชาการเสื้อแดง

3

0.2

รวม

1,308 กลุ่ม

100

<!--[if gte vml 1]> <![endif]--><!--[if !vml]--><!--[endif]-->

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า จำนวนกลุ่มรณรงค์ที่มีวัตถุประสงค์ต่อต้านคนกลุ่มเสื้อแดงมีสัดส่วนมากที่สุด คือ 32 %, รักในหลวง/รักสถาบัน 11 %, รักประเทศไทย 9 %, สนับสนุนรัฐบาล 6 % ขณะที่ กลุ่มรณรงค์ทางการเมืองที่สนับสนุนคนเสื้อแดง มีเพียง 9% จากกลุ่มสนับสนุนเสื้อแดง และ 6% จากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลร วมกันเป็น 15 %

แต่หากพิจารณาสำรวจ “จำนวนสมาชิก” ของแต่ละกลุ่มเฟซบุ๊ค 30 อันดับแรก พบว่า 10 กลุ่มเฟซบุ๊ค ที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดคือ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ค. 53)

อันดับ 1 คือ กลุ่ม มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนต่อต้านการยุบสภา (556,339 คน)

อันดับ 2 คือ กลุ่ม I Support PM Abhisit (สมาชิก 98,268 คน)

อันดับ 3 คือ กลุ่ม สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (สมาชิก70,348 คน)

อันดับ 4 คือ กลุ่ม พวกเราจะสู้ตาย ถ้าพวกคุณคิดทำร้าย "ในหลวง" ของพวกเรา (สมาชิก 66,693)

อันดับ 5 คือ กลุ่ม กูเกลียดทักษิณ!!และมั่นใจว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะมันตัวเดียว! (สมาชิก 45,475 คน)

อันดับ 6 คือ กลุ่ม 1ล้านเสียง อยากให้ไอ้สัสแม้วตายโหงตายห่า (สมาชิก 35,338 คน)

อันดับ 7 คือ กลุ่ม มาร่วมเพิ่มคำว่า "รักในหลวง" ในชื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คกันครับ (สมาชิก 34,981 คน)

อันดับ 8 คือ กลุ่ม Stop Thaksin Shinawatra from poisoning the Kingdom of Thailand ( สมาชิก 33,295)

อันดับ 9 คือ กลุ่ม มั่นใจว่าคนไทยเกิน 2 แสนล้านคนต้องการให้ "โน้ต อุดม"ขึ้นมาเป็นนายก (สมาชิก 25,898 คน)

อันดับ 10 คือ กลุ่ม ด่วน!! ร่วมกันเป็นกำลังใจให้ทหารตำรวจของพระราชาและประชาชนชาวไทย (สมาชิก 21,233 คน)

ตารางแสดง 30 อันดับกลุ่มเฟซบุ๊ครณรงค์ทางการเมือง ที่มีจำนวนสมาชิกสุดสูง

(สำรวจ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2553)

อันดับ

ชื่อกลุ่มรณรงค์ทางการเมือง

เป้าหมายของกลุ่ม

จำนวนสมาชิก

1

มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้าน ต่อต้านการยุบสภา

ต่อต้านเสื้อแดง

556,339

2

I Support PM Abhisit

สนับสนุนรัฐบาล

98,268

3

สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

รักในหลวง

70,348

4

พวกเราจะสู้ตาย ถ้าพวกคุณคิดทำร้าย "ในหลวง" ของพวกเรา

รักในหลวง

66,693

5

กูเกลียดทักษิณ !! และมั่นใจว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะมันตัวเดียว!

ต่อต้านเสื้อแดง

45,475

6

1ล้านเสียง อยากให้ไอ้สัสแม้วตายโหงตายห่า

ต่อต้านเสื้อแดง

35,338

7

มาร่วมเพิ่มคำว่า "รักในหลวง" ในชื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คกันครับ

รักในหลวง

34,981

8

Stop Thaksin Shinawatra from poisoning the Kingdom of Thailand

ต่อต้านเสื้อแดง

33,295

9

มั่นใจว่าคนไทยเกิน 2 แสนล้านคนต้องการให้ "โน้ต อุดม" ขึ้นมาเป็นนายก

ล้อเลียน/ขำขัน

25,898

10

ด่วน!! ร่วมกันเป็นกำลังใจให้ทหารตำรวจของพระราชาและประชาชนชาวไทย

สนับสนุนทหาร

21,233

11

เชื่อมั่นว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนต้องการให้มีการสลายการชุมนุม

สนับสนุนทหาร

20,561

12

มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้าน ไม่ต้องการให้ ชวลิต และ สมชาย เข้าเฝ้า

ต่อต้านเสื้อแดง

20,009

13

มั่นใจว่าคนไทย มากกว่าล้าน ต้องการให้อภิสิทธิ เป็นนายกฯอีกครั้ง หลังยุบสภา

สนับสนุนรัฐบาล

17,654

14

ร่วมลงชื่อคัดค้านการนิรโทษกรรมแกนนำ นปช.

ต่อต้านเสื้อแดง

15,187

15

Thailand chaos update อัพเดททุกความเคลื่อนไหวความไม่สงบ

พิสูจน์ตรวจสอบ

12,822

16

กลุ่มต่อต้านม้อบเสื้อแดง

ต่อต้านเสื้อแดง

11,557

17

กลุ่มคนต่อต้านม็อบเสื้อแดง - Anti-Red Shirt

ต่อต้านเสื้อแดง

11,556

18

รณรงค์ยึดทรัพย์พวกแกนนำเสื้อแดง เพื่อนำมาซ่อมแซมบ้านเรือน ห้างร้าน และกทม.

ต่อต้านเสื้อแดง

10,639

19

คนไทยที่สนับสนุนการทำงานของนายกอภิสิทธิ์

สนับสนุนรัฐบาล

9,908

20

ในหลวงของเรา

รักในหลวง

9,537

21

รวมพลแนวร่วมคนรักชาติ

รักประเทศไทย

9,164

22

เครือข่ายนักศึกษาอิสระต่อต้านการยุบสภาและปกป้องสถาบัน

ต่อต้านเสื้อแดง

8,965

23

มั่นใจคนไทยเกิน1หมื่นคนต้องการให้คนเผาบ้านเผาเมืองกลับไปเผาบ้านตัวเอง

ต่อต้านเสื้อแดง

7905

24

ร่วมลงชื่อแสดงพลังประชาธิปไตย เพื่อถอดถอน สส. พรรคเพื่อไทย

ต่อต้านเสื้อแดง

7,722

25

เครือข่ายนิสิต นักศึกษาและเยาวชน ต่อต้านการยุบสภา

ต่อต้านเสื้อแดง

7,452

26

ร่วมรณรงค์ต่อต้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ "ทักษิณ" และ "เสื้อแดง"

ต่อต้านเสื้อแดง

7,181

27

รวมพลังเงียบกว่า 1 ล้านคน เราไม่ต้องการยุบสภา

ต่อต้านเสื้อแดง

7,016

28

ศอฉ.แฟนคลับ

สนับสนุนทหาร

6,718

29

มั่นใจว่าคนไทยเกิน 10 ล้าน เกลียดทักษิณ

ต่อต้านเสื้อแดง

6,714

30

นายกฯไม่ท้อ...พวกเราก็ไม่ถอดใจ

สนับสนุนรัฐบาล

6,480

หมายเหตุ พิจารณาเป้าหมายของแต่ละกลุ่มจาก 1) ชื่อกลุ่ม 2) วัตถุประสงค์ของกลุ่ม และ 3) ลักษณะเนื้อหาที่ปรากฏ

<!--[if !supportLists]--><!--[endif]-->-กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล คือ กลุ่มที่สนับสนุนในทุกเรื่องที่รัฐบาลกระทำ

<!--[if !supportLists]--><!--[endif]-->-กลุ่มต่อต้านเสื้อแดง คือ กลุ่มที่รังเกียจ ไม่เห็นด้วยทุกการกระทำของเสื้อแดง แต่ ไม่ได้หมายความว่าจะสนับสนุนรัฐบาล

<!--[if !supportLists]--><!--[endif]-->-กลุ่มสนับสนุนเสื้อแดง คือ กลุ่มที่สนับสนุนในทุกเรื่องที่กลุ่มคนเสื้อแดงกระทำ

-<!--[if !supportLists]--><!--[endif]-->กลุ่มต่อต้านรัฐบาล คือ กลุ่มที่รังเกียจ ไม่เห็นด้วยทุกการกระทำของรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสนับสนุนคนเสื้อแดง

จากตาราง ข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ครึ่งหนึ่งของกลุ่มรณรงค์ทางการเมืองในเฟซบุ๊คเกือบใน 30 อันดับแรกที่มีสมาชิกมากที่สุด เป็นกลุ่มต่อต้านเสื้อแดง (16 กลุ่ม) รองลงมาคือกลุ่มรักในหลวง (5 กลุ่ม) และกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล (4 กลุ่ม) ขณะที่กลุ่มรณรงค์สันติภาพ ไม่ได้มีสมาชิกติดใน 30 อันดับแรก และใน 30 อันดับแรก กลุ่มเนื้อหาสนับสนุนคนเสื้อแดงไม่ได้ติดอันดับ (กลุ่มรณรรงค์ที่สนับสนุนคนเสื้อแดง ที่มีจำนวนสมาชิกสูงสุด อยู่ที่อันดับ 59 ชื่อ “กลุ่ม รักคนเสื้อแดงและต่อต้านรัฐบาลมาร์คทรราช” มีสมาชิก 2,984 คนเท่านั้น)

เป้าหมาย หลักของทุกกลุ่ม คือ รวมกลุ่มสมาชิกแสดงจุดยืนทางการเมือง การสื่อข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รณรงค์กิจกรรมทางการเมือง ให้การสนับสนุนฝ่ายการเมืองต่างๆ มีส่วนน้อยที่สามารถรวมพลังทำกิจกรรมทางสังคมในโลกจริง (real world) ได้

พบการใช้ ภาษาระดับสุภาพ และหยาบคาย รุนแรง การประณาม ประจาน กลุ่มผู้ที่ให้ข้อมูลในเชิงหมิ่นสถาบัน โดยเชื่อมโยงกับอีเมล์และส่งต่อๆ กันไป เช่นกลุ่ม “Social Sanction ยุทธการลงทัณฑ์ทางสังคม” (ปัจจุบันถูกปิดหรือ ยกเลิกไปแล้ว?) ต่อคนเสื้อแดงที่แสดงความคิดเห็นในเชิงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่เน้นปฏิบัติการประณาม ประจาน และสืบค้นข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำมาเผยแพร่ และ ลงโทษทางสังคมออนไลน์ ขณะที่ก็มีกลุ่ม “anti-social sanction” ตั้ง ขึ้นมาโต้ตอบ ส่วนเนื้อหาของกลุ่มสนับสนุนเสื้อแดงมักแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกลับตรงกลับ โจมตีรัฐบาลและสื่อมวลชนกระแสหลัก (ขณะที่สื่อหนังสือพิมพ์บางส่วนได้รับการปกป้องและมองว่าเป็นสื่อเสื้อแดง ชัดเจน) ใช้ข้อมูลคลิป ภาพถ่ายโต้ตอบกับฝ่ายตรงข้าม ไม่วิพากษ์วิจารณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่จะกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของรัฐบาล/ทหารที่ใช้ความรุนแรง เนื้อหาที่พูดถึงปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม สองมาตรฐาน มีน้อยมาก เน้นข้อมูลเชิงบวกจากพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มากกว่า และบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์สื่อไทยและต่างประเทศ

ขณะที่กลุ่ม ที่รณรงค์และเรียกร้องแนวคิดสันติวิธี – ไม่เอาความรุนแรง พบน้อย เช่น เครือข่ายสันติวิธี เช่นเดียวกับกลุ่มที่มีเป้าหมายเพื่อสำรวจ ตรวจสอบ รายงานข้อเท็จจริง และให้ความรู้ทางการเมืองอย่างปราศจากอคติและเป็นกลางนั้น มีน้อยมาก

กลุ่มอื่นๆ ที่เหลือ ซึ่งยังมีมากกว่ากลุ่มสันติวิธี/สื่อสารตรวจสอบความจริง มีหลายกลุ่ม 3 ลักษณะ คือ กลุ่มล้อเลียน เสียดสี กลุ่มเบื่อ บ่น และกลุ่มไม่ออกตัวชัดเจนว่าสนับสนุนฝ่ายใด ตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อสารเชิงเสียดสี ประชดประชันกิจกรรมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในลักษณะเน้นผ่อนคลายบรรยากาศ เช่น กลุ่มคนเสื้อใน, “กลุ่ม คนเสื้อแพง”, “กลุ่มคนอย่าเอาสีเสื้อไปโยงกับการเมืองได้มั๊ย ในตู้เสื้อผ้าไม่เหลืออะไรให้ใส่แล้ว”

การสื่อสาร ในเว็บเฟซบุ๊คค่อนข้างเป็นไปอย่างรุนแรง มีลักษณะการแบ่งแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน มีการด่าทอ ประณาม ตำหนิ วิพากษณ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นไปตามวัตถุปะสงค์ของการตั้งกลุ่ม พบว่ามีการตักเตือนเรื่องการใช้ภาษาบ้าง แต่ก็อาจถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีข้อความสื่อสารทั้งในเชิงสมานฉันท์และสร้าง ความเกลียดชังไปพร้อมๆ กัน

2. ผู้ทรงอิทธิพลข่าวสารทางการเมืองข้อมูลข่าวสารผ่านไมโครเว็บ “twitter”


รูปแบบการ สื่อสารหลักในทวิตเตอร์คือใช้เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร เนื้อหาที่สื่อสาร แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1) กลุ่ม เนื้อหาที่เน้นเผยแพร่ข่าวการเมือง ส่วนมากเจ้าของทวิตเตอร์ที่เน้นเนื้อหากลุ่มนี้พบว่าเป็นนักข่าวหรือองค์กร สื่อ 2) กลุ่ม เนื้อหาที่เน้นวิพากษ์วิจารณ์การเมือง แต่มีเนื้อหาด้านอื่นสอดแทรก เช่น การพูดคุย ทักทายเรื่องทั่วไปในกลุ่มผู้ที่ติดตาม การพูดคุยเรื่องกีฬา เรื่องชีวิตประจำวันทั่วไป 3) กลุ่มเนื้อหาที่เน้นข้อมูลการจราจร เช่น ศูนย์วิทยุ จส.100 4) กลุ่ม เนื้อหาที่เน้นด้านธรรมะ และ 5) กลุ่มเนื้อหาที่เน้นพูดคุยทั่วไป ขายสินค้าไอที

ข้อมูลจาก lab/thaitrend พบ 20 อันดับ ผู้ที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดในทวิตเตอร์ เป็นนักข่าวทั้งหมด 9 คน จาก 10 คน สังกัดเครือเนชั่นมากที่สุดถึง 8 คน ที่เหลือเป็นบุคคลจากวงการต่างๆ เช่น ดารา นักร้อง นักเขียน ฯลฯ โดยมี คุณสุทธิชัย หยุ่น เป็นผู้ที่คนอ้างอิงมากที่สุด

10 อันดับทวิตเตอร์ของบุคคล ที่มีผู้ติดตาม (Followers) มากที่สุดในช่วงเหตุการชุมนุม

อันดับ

ชื่อ/เจ้าของ/องค์กร

*Following

*Followers

*Tweets

1

@suthichai/สุทธิชัย หยุ่น/บรรณาธิการเครือเนชั่น

459

76,855

24,037

2

@noppatjak/นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์/นักข่าวเนชั่นทีวี

211

17,726

11,623

3

@Nattha_tvthai

288

15,838

11,119

4

@Neaw_NBC/Neaw/นักข่าวเนชั่นทีวี

390

9,971

13,600

5

@jin_nation/somroutai/นักข่าวเนชั่นทีวี

175

8,374

8,534

6

@satien_nna/satien viriya /นักข่าวเนชั่นทีวี

124

7,379

6,695

7

@can_nw/แคน สาริกา/บก.เนชั่นสุดสัปดาห์

39

7,292

3,894

8

@paisalvision/ไพศาล พืชมงคล/บก.เว็บไซต์ส่วนตัว paisalvision.com

331

7,106

22,744

9

@warakorn_NBC/Warakorn Pinrarod/นักข่าวเนชั่นทีวี

396

4,531

4,215

10

@Cake_NBC/Phitchaphat/นักข่าวเนชั่นทีวี

172

4,502

13,151

ที่มา: http://www.lab.in.th/thaitrend/mention.php วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เวลา 11.15 .

*Following หมายถึง จำนวนคนที่เจ้าของทวิตเตอร์กำลังติดตาม *Followers หมายถึง คนที่กำลังติดตามเจ้าของทวิตเตอร์ *Tweet หมายถึง จำนวนข้อความที่พิมพ์ผ่านทวิตเตอร์

10 อันดับทวิตเตอร์ขององค์กรสื่อที่มีผู้ติดตาม (Followers) มากที่สุดในช่วงเหตุการชุมนุม

อันดับ

ชื่อ/เจ้าของ/องค์กร

*Following

*Followers

*Tweets

1

@js100radio/ศูนย์วิทยุ จส.100

3

39,041

3,740

2

@ktnews/กรุงเทพธุรกิจ

1,558

18,232

24,227

3

@ThaiPBS/TVThai

1

12,919

24,387

4

@nnanews/nation news agency

73

12,825

11,125

5

@BBTVChannel7

43

10,497

18,447

6

@PostToday/โพสต์ทูเดย์

24

8,789

19,278

7

@Thairath_News/ไทยรัฐ

4

7,023

6,051

8

@MatichonOnline/มติชน

7

6,876

15,489

9

@voice_tv/ VoiceTV InternetTV

24

6,721

9,024

10

@Thaipost/ไทยโพสต์

673

6,631

10,377

ที่มา: http://www.lab.in.th/thaitrend/mention.php วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เวลา 11.40 .

*Following หมายถึง จำนวนคนที่เจ้าของทวิตเตอร์กำลังติดตาม *Followers หมายถึง คนที่กำลังติดตามเจ้าของทวิตเตอร์ *Tweet หมายถึง จำนวนข้อความที่พิมพ์ผ่านทวิตเตอร์

เป้าหมายของ การสื่อสาร เพื่อ 1) สื่อข่าวให้ ประชาชนทั่วไปที่ใช้ทวิตเตอร์ได้รับข้อมูลข่าวสารทางการเมือง และ 2) ใช้เพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ

ลักษณะการ ใช้ภาษาในทวิตเตอร์ คือ 2 รูปแบบ 1. ใช้ภาษาสนทนาทั่วไป หมายถึงใช้ภาษาพูดคุยทั่วไปและ 2. ใช้ภาษาในรูปแบบพาดหัวข่าว ซึ่งส่วนมากพบในทวิตเตอร์ของนักข่าว

การจัดกลุ่ม ของผู้ใช้ทวิตเตอร์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) ใช้ทวิตเตอร์ในนามส่วนตัว แต่ไม่บอกถึงสถานะการทำงานของตน 2) ใช้ทวิตเตอร์ในนามส่วนตัวและองค์กร เช่น สุทธิชัย หยุ่น นักข่าว, บรรณาธิการ ข่าวเครือเนชั่น, และ 3) ใช้ทวิตเตอร์ในนามองค์กร เช่น ศูนย์วิทยุ จส.100, ทวิตเตอร์ ของไทยรัฐ, ทวิตเตอร์ ของผู้จัดการของกรุงเทพธุรกิจ เป็นต้น

กลุ่มคำที่ นิยมใช้ในการสื่อสารผ่านทวิตเตอร์ในช่วงการชุมนุมทางการเมือง ได้แก่ อภิสิทธิ์, เสื้อแดง, ยุบสภา, ชุมนุม, ฝนตก, ทักษิณ, เลือกตั้ง, ราชประสงค์, รถติด, เหวง, ปชป, สีลม

3. กระบวนการทางการเมืองผ่าน “เว็บบอร์ดสาธารณะ” พันทิป ดอตคอม

“เว็บบอร์ ดพันทิป” เป็นพื้นที่ สำหรับแสดงความคิดเห็นสาธารณะที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากมี ห้องย่อยที่ แบ่งตามเนื้อหากลุ่มให้ได้แสดงความคิดเห็นมากถึง 23 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ มีเนื้อหาทางการเมืองนั้น ใช้ชื่อว่า “ห้องราช ดำเนิน” และนับเป็น เว็บบอร์ดการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้ต้องเป็นสมาชิกที่ใช้เลขบัตร ประชาชนในการสมัคร เพื่อสามารถ แสดงความคิดเห็นได้ (ในขณะที่ กลุ่มย่อยอื่นๆอนุญาติให้สมาชิกระบบมือถือหรือบัตรผ่านที่ใช้อีเมล์สมัคร ตั้ง-ตอบกระทู้ ได้)

กลุ่มคนที่ เข้ามาแสดงความคิดเห็น แบ่งฝ่ายออก เป็นสองกลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง และ 2) กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล รูปแบบการ แสดงความคิดเห็นส่วนมากใช้ “การโจมตี ฝ่ายตรงข้าม” ด้วยภาษาไม่ เหมาะสม แม้แต่ใน กระทู้ที่เป็นการพูดคุย สื่อสารกัน ภายในกลุ่มตัวเอง ก็มักจะมี ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแสดงความคิดเห็นแทรกแซงด้วยข้อความที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้ เกิดการโต้แย้งกันไปมา ขณะที่ เนื้อหา/กระทู้ รณรงค์เพื่อให้เกิดสันติ/ความ สมานฉันท์ พบน้อย แต่จะมีมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ปะทะที่รุนแรง บาดเจ็บเสียชีวิต

เนื้อหาหลัก ของเว็บบอร์ดห้องราชดำเนิน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้ 1) โจมตี วิพากษ์ วิจารณ์ฝั่งตรงข้าม 2) แจ้งข่าวสาร เหตุการณ์ทั่วไป 3) สื่อสารกัน ภายในกลุ่ม 4) เปิดโอกาส ให้แสดงข้อมูล สืบค้น แสวงหาข้อ เท็จจริงของเหตุการณ์ 5) พูดคุย เสนอแนะ ทางออกอย่างสันติวิธี/รณรงค์สร้าง ความสมานฉันท์

กระทู้ที่ โดดเด่นในห้องราชดำเนินคือกระทู้การสืบค้นเสาะหา ตรวจสอบข้อ เท็จ มีเหล่านัก สืบพันทิปที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาช่วยกันให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งจากเหตุ ปะทะ ระหว่างทหาร และกลุ่มผู้ชมุนม หรือ เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอื่นๆ ได้สร้างปรากฏการณ์ “นักข่าวไซ เบอร์” (cyber journalism) ให้ เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม เช่น กรณี เหตุการณ์ปะทะที่สี่แยกคอกวัว 10 เม.ย.,เหตุปะทะที่อนุสรณ์สถาน 28 เม.ย.,กรณีกลุ่มคน เสื้อแดงบุกค้น ร.พ.จุฬา,กรณีภาพถ่าย คุณทักษิณที่วิเคราะห์กันว่ามีการตัดต่อ ตลอดจนมีคลิปข่าวจากสำนักข่าวต่าง ประเทศมากมาย เช่น คลิปข่าวอัล จาซีร่า

ลักษณะการ ใช้ภาษาที่พบในห้องราชดำเนิน แบ่งได้ 3 กลุ่ม ดังนี้

1)ภาษาที่ ไม่เหมาะสม ประชดประชัน เสียดสีฝ่าย ตรงข้าม ทั้งจากการ ตั้งกระทู้ที่สุ่มเสี่ยง ให้ฝ่ายตรง ข้ามเข้ามาแสดงความคิดเห็นตอบโต้ข้อความของผู้ตั้งกระทู้ และผู้ที่ เข้ามาตอบโต้การแสดงความคิดเห็นของผู้เข้ามาตอบกระทู้ จนกลายเป็น การแสดงความคิดเห็นตอบดต้โจมตีกันไปมาของทั้งสองฝ่าย

2)ภาษาที่ สุภาพ แสดงความ เป็นกลาง ปลอดอคติ พบในกระทู้ เสนอแนะทางออกอย่างสันติวิธี/รณรงค์สร้างความสมานฉันท์ หรือใน กระทู้สื่อสารกันเองภายในกลุ่ม

3)ภาษาพูด ทั่วไป เพื่ออธิบาย สิ่งที่เห็นต่างกับผู้ตั้งกระทู้ หรือระหว่างความคิดเห็น โดยไม่ใช้ ข้อความที่แสดงอารมณ์หรือการโต้ตอบที่รุนแรง แต่เลือกใช้การอธิบายข้อเท็จจริงตาม หลักเหตุผล

ตั้งแต่วัน ที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา จนถึง ปัจจุบัน เว็บบอร์ ดพันทิปห้องราชดำเนินปิดให้บริการ ผู้ก่อตั้ง และผู้บริหารเว็บพันทิป (นายวันฉัตร ผดุงรัตน) เปิดเผยว่า ห้องราช ดำเนินจะเป็นเวทีสาธารณะ ที่เปิด พื้นที่เพื่อหาหนทางในการสมานความแตกแยกทางสังคม แต่ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับแย่ลง เพราะการ แสดงความคิดเห็นได้อย่างค่อนข้างเสรี ทำให้เกิด การแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงต่อฝ่ายตรงข้าม เกิดการแบ่ง ฝ่ายที่ชัดเจน ข้อมูลที่ เขียนส่วนใหญ่เข้าข้างกลุ่มตัวเอง การแสดง ข้อมูลที่ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ จนสุด ท้ายกลายเป็นเพิ่มความขัดแย้งให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

4. ฟอร์เวิร์ดเมล์ทางการเมือง

จากการสำรวจ จากการสุ่มศึกษา พบ 46 ฟอร์เวิร์ด เมล์การเมือง ที่มีการส่ง กันระหว่างเหตุการณ์ชุมนุม โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม เนื้อหา มากที่สุด คือ 1 กลุ่มวาท กรรมความรู้ ความจริงการ ชุมนุม/ความขัดแย้ง ทางการเมือง พบ 13 อีเมล์ 2 กลุ่มวาท กรรมรักชื่นชมในหลวงและบุคคลอื่น พบ 9 อีเมล์ 3 มี 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มวาทกรรมตลกล้อเลียน – และกลุ่มวาท กรรม ประณาม ประจาน เท่ากัน พบกลุ่มละ 8 อีเมล์ 4 มี 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มวาท กรรมล้มเจ้า และ 2) วาทกรรมโน้ม น้าวรณรงค์ทางการเมือง เท่ากัน พบกลุ่มละ 4 อีเมล์ แยกเป็นตาราง ดังนี้

ตารางแสดง กลุ่มฟอร์เวิร์ดเมล์ทางการเมือง (เดือน เมษายน-พฤษภาคม 2553)

กลุ่มฟอร์เวิร์ดเมล์ทางการเมือง

ชื่ออีเมล์

เนื้อหาเกี่ยวกับ

1. กลุ่มวาทกรรมความรู้ ความจริงการชุมนุม/ความขัดแย้งทางการเมือง เน้นนำข่าว รูปภาพ และบทความจากผู้ที่ระบุว่าได้เผชิญกับเหตุการณ์จริง เปรียบเทียบค้นหาความจริง วิพากษ์วิจารณ์

1) ใครคือไอ้โม่งในภาพนี้

เปรียบเทียบรูปภาพชายสวมหมวกไหมพรหมมีอาวุธปืนกับภาพดาราชายชื่อนายเมธี อมรวุฒิกุล หนึ่งในผู้ชุมนุม นปช.

2) ทักษิณ... ความจริง ที่หลายคนยังไม่รู้

วิจารณ์ทักษิณ ชินวัตร

ว่าไม่มีความจงรักภักดิ์ดีต่อสถาบันกษัตริย์โดยตั้งข้อสังเกตจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ในงานพระราชพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงครองราชย์ครบ 60 ปี

3) จากลูกบ้านเสื้อแดง เรื่องจริงที่ต้องอ่าน

วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มคนเสื้อแดง

เป็นข้อความกล่าวถึงจุดประสงค์การประท้วงของ นปช.ว่านอกจากต้องการล้มรัฐบาลแต่แท้จริงคือต้องการล้มเจ้า

4) เมื่อผมเข้าไปเป็นคนเสื้อแดงอยู่ 7 วัน ..ได้จากforward mail มาค่ะ!!‏

วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มคนเสื้อแดง

โดยผู้เขียนได้เล่าบรรยากาศที่เกิดขึ้นในที่ชุมนุม นปช. เนื้อหาส่อไปนางภาพลบต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

5) อัญเชิญสมเด็จทักษิณขึ้นครองราช!!!‏

บทความที่เขียนโดย อัญชะลี ไพรีรัก หนึ่งในแกนนำกลุ่ม พธม. เนื้อหาโจมตีทักษิณ ชินวัตร วิพากษ์วิจารณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.

เนื้อหาหลักระบุว่ามีการแจกใบปลิวที่มีข้อความต้องการให้ทักษิณกลับมาปกครองประเทศ

6) 20 ล้าน ป่วนเมือง คำให้การ เมธี เสื้อแดง

แจ้งข่าวกรณีมีการสอบสวน โดยเป็นข้อมูลบางส่วนจากคำให้การของนายเมธี อมรวุฒิกุล ว่ามีงบ 20 ล้านบาทในการสนับสนุนป่วนการชุมนุม นปช. ครั้งนี้

7) ข่าวล่ามาไว‏

ข้อความมีเนื้อหาระบุว่าทักษิณป่วยเป็นโรคมะเร็ง

8) เตือนด่วน! : ใครอยู่ใกล้สวนลุมฯ โปรดระวัง

แจ้งเตือนประชาชนทั่วไปที่อยู่ใกล้บริเวณสวนลุมฯ ให้ระวังน้ำกรดที่กลุ่มผู้ชุมนุม นปช.จะนำมาใช้ก่อความไม่สงบ

9) ประกาศจาก DHL- ความคืบหน้าของพนักงาน DHL ที่ใช้ข้อความไม่เหมาะสมใน facebook‏

ความคืบหน้าบทลงโทษของพนักงาน DHLที่หมิ่นสถาบันฯ

ด้วยการเขียนข้อความไม่เหมาะสมใน face book

10) เกาหลีใต้ยกทักษิณเป็นแบบอย่างสอนคนในชาติ(คนโกงชาติ)‏

บทความจากสำนักข่าวเกาหลีใต้กล่าวถึงความผิดพลาดของนโยบายประชานิยมสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลกระทั่งทำให้ประเทศไทยวุ่นวาย โดยไม่อยากให้เกาหลีใต้เอาเป็นแบบอย่างในการเลือกตั้งครั้งใหม่

11) ทักษิณเป็นมะเร็งจริง‏

ข้อความยืนยันว่าทักษิณ ชินวัตร ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากจริงและจะมีชีวิตอยู่อีกเพียง 6 เดือน

12) หมอจุฬา อีกคน‏

หมอจุฬาฯแสดงความไม่พอใจ นปช.ที่สร้างความเดือดร้อนให้ รพ.จุฬา

13) ความดีของทักกี้

เสียดสีและให้ข้อมูลโดยระบุว่าเป็นข้อมูลที่เปิดโปงความจริงของอดีตนายกฯทักษิณจากนโยบายหรือคำสั่งต่างๆ

2 กลุ่มวาทกรรมรักชื่นชมในหลวงและบุคคลอื่น เทิดทูนสถาบันและแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง ชื่นชมการกระทำของบุคคลที่แสดงความจงรักภักดี

1) ดังที่สุด ให้ถึง ศิริราช

ชวนคนไทยใส่เสื้อสีเหลืองในวันที่ 1 .. 2553บริเวณตั้งแต่วัดพระแก้ว สนามหลวง ราชดำเนิน จนถึงลานพระบรมรูปและเปล่งคำว่า ทรงพระเจริญเพื่อแสดงความจงรักภักดีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

2) Love King‏

ข้อความจากบทสัมภาษณ์ของ .ปราโมท นาครทรรพ ระบุในหลวงทรงตรัสผ่านคนทำงานกับท่านเสมอว่า ขอให้บอกเรานะว่าจะให้เราปรับตัวอะไรบ้าง

3) คนดีๆ(ที่ไปช่วยชาติ)..ก้อหน้าตาดีๆ งี้แหละครับ

ภาพการรวมตัวของคนจาก face bookเน้นเฉพาะคนหน้าตาดีถือป้ายข้อความแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง ให้กำลังใจนายกฯอภิสิทธิ์ และไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการให้ยุบสภา

4) ภาพในหลวง - ส่งต่อเพื่อเป็นที่ 1 ของโลก ช่วยๆ กันหน่อย

เชิญชวนให้มีการคลิ๊กชมเว็บไซค์ http://www.thailoveking.com/ เพื่อสร้างสถิติเป็นเว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในโลกเพื่อแสดงความจงรักษ์ภักดีต่อในหลวง

5) หากท่านคือประชาชนคนไทยจริงๆโปรดเผยแพร่...‏

เปรียบเทียบพระราชกรณียกิจของในหลวงและการกระทำของทักษิณ ชินวัตร โดยเจตนาชี้ให้เห็นว่าในหลวงทรงเหนื่อยจากการทรงงานเพื่อพสกนิกรซึ่งแตกต่างจากทักษิณที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องอำนาจของตนเองกลับมา

6) วาทะแห่งปี ใจนักเลง&ใจไม่ด้านพอ

ชื่นชมวาทะของ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงซึ่งเป็นดารา นักร้องที่กล่าวสดุดีในหลวงและเรียกร้องกลุ่มผู้ไม่หวังดีหมิ่นเบื้องสูงขณะรับรางวัลในงานมอบรางวัลนาฏราชเปรียบเทียบกับ อริสมันต์ พงษ์เรืองรองอดีตนักร้องหนึ่งในกลุ่ม นปช.ที่เคยขึ้นพูดในเวทีปราศรัย โดยมีข้อความบนรูปภาพของทั้งสองว่าใจไม่ด้านพอหรือจะสู้ ใจนักเลงซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักของทั้งสอง

7) ขอร่วมไว้อาลัย แด่ผู้วายชนทหารกล้า

ไว้อาลัยให้กับทหารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การชุมนุม เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเลิกกระทำการรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บทั้งทางกายและใจ

8) เคยเห็นรูปอภิสิทธิ์ แบบนี้มั๊ย

ชื่นชมอิริยาบถของนายกฯอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ โดยภาพส่วนใหญ่เป็นภาพที่นายกฯ ยิ้มแย้ม และ ลงทำงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

9) ขอบคุณมาก ที่ส่งเมล์นี้ให้ ...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ส่งต่อภาพในหลวงโดยระบุว่า ส่ง ต่อภายใน 5 นาที จะมีสิ่งดีเข้ามาหาเรา ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ท้ายภาพมีคำอธิษฐานให้ในหลวงทรงหายจากพระอาการประชวน และเชิญชวนให้มีการส่งต่ออีเมล์ให้มากที่สุด

3. กลุ่มวาทกรรมตลกล้อเลียนส่วนใหญ่มักล้อเลียนด้วยภาพการ์ตูน ภาพตัดต่อ บทความเสียดสีทั้ง กลุ่มผู้ชุมนุม นปช. และฝ่ายรัฐบาล

1) เจ้าฮะ ฮากระจาย

บทความล้อเลียนทักษิณ และกลุ่ม นปช. ด้วยการล้อเลียนคำพูดติดปากของตัวละครเอกในเรื่องทัดดาว บุษยา ที่มักพูดคำว่า เจ้าฮะ

2) cartoon‏

การ์ตูนล้อเลียนคำพูด เหตุการณ์ของกลุ่ม นปช.

3) ลาก่อนคะนายหญิง

บทความโจมตีและเสียดสีบุคคลใกล้ชิดของ ทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุนผู้ชุมนุม นปช.

4) เปิดโผ **นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี** ชุดใหม่ หลังจากรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์จบลง!!!‏

ล้อเลียนแกนนำและแนวร่วม กลุ่ม นปช.โดย แทนแต่ละคนในตำแหน่งทางการเมือง

5) หนังมาใหม่ล่าสุด พค. 53 !! ( 55555+ ) เนียนๆ‏

โปสเตอร์หนังล้อเลียนบุคคลที่เกี่ยวข้องทางการเมืองทั้งกลุ่ม นปช และรัฐบาล

6) สนับสนุนเมล์นี้สุดๆ : เห็นแล้วโดนใจเลยเอามาให้ชมกัน ....น่าคิด

การ์ตูนล้อเลียนกลุ่มเสื้อสีต่างๆ

7) ทีเด็ดเสื้อแดง สาเหตุที่ทหารต้องถอนทัพหนี Now you know why the soldiers fail to get rid of the redshirt demonstrators!‏

ล้อเลียนกลุ่ม นปช.. เป็นภาพหญิงใส่ชุดแดงเปิดหน้าอก ท้าทายกลุ่มทหาร

8) ชอบมากเลยรูปนี้

ล้อภาพและชื่อทักษิณ ภาพแรก แทนคุณ”(พิธีกร) ภาพที่สอง นิชคุณ(ศิลปิน) ภาพสุดท้ายเป็นภาพของ ทักษิณ ชินวัตร บรรยายว่าเนรคุณ

4. กลุ่มวาทกรรม ประณาม ประจาน เนื้อหาส่วนมากให้ข้อมูลส่วนตัว ภาพถ่าย ที่นำมาจากเว็บเฟซบุ๊ค

1) พระแท้ พระเทียม‏

วิจารณ์กลุ่มพระสงค์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในบริเวณที่มีการชุมนุม นปช.

2) red mob ไหนว่าประท้วงแบบสันติ

วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มคนเสื้อแดงที่ใช้ความรุนแรงขว้างปาสิ่งของใส่รถยนต์ ทำร้ายตำรวจ ทหาร

3) เบอร์โทรเด็ด‏

นำเบอร์โทรศัพท์ของแกนนำ นปช.มาเผยแพร่ จุดประสงค์ยุยงให้มีการต่อต้าน นปช.

4) จดหมาย เปิดผนึก ถึง "จตุพร พรหมพันธุ์"‏

โจมตีนายจตุพร พรหมพันธ์แกนนำ นปช.หลังมีการเจรจากับรัฐบาล โดยระบุว่านายจตุพรไม่ควรใช้คำว่าคนไทยเหมารวมหากจะหมายถึงเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง

5) เด็กเลว....ช่วยกันประจานมันหน่อย (แม่งมันวรนุชได้จัย )‏

ด่าเด็กที่โพสต์ข้อความหมิ่นเบื้องสูง ใน face book

6) Twitter ของอุ๊งอิ๊ง‏

บทความประณามข้อความของ อุ๊งอิ๊งลูกสาวอดีตนายกฯทักษิณที่โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์

7) ไอสารเลวคนนี้ ช่วยกันประณาม ไม่ให้ผุดให้เกิดครับ พี่น้องชาวไทย (ช่วยกันส่งต่อครับ)‏

ประจาน ประณามคนที่โพสต์ข้อความหมิ่นเบื้องสูงในface book โดยให้ข้อมูลส่วนตัว ภาพแคปจเอร์ข้อความแสดงความคิดเห็นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

8) เขา สบายดี มีแต่เราเดือดร้อน..กันไปทำไม

รูปภาพ เสียดสีเปรียบเทียบความเป็นอยู่ของทักษิณ และกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ที่มีความเป็นอยู่ที่ต่างกัน

5. กลุ่มวาทกรรมล้มเจ้า

ส่วนใหญ่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่หมิ่นฯเบื้องสูง เช่นข้อความที่มีผู้โพสต์ในเฟซบุ๊ค หรือจากเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม

1) เห็นภาพนี้แล้ว...พูดไม่ออกขอรับ...มันจุกอยู่ที่คอ.รู้แต่เพียงว่าสงสารพ่อ มากขอรับ

ภาพจากปกนิตยสารวอยซ์ออฟทักษิณ ประกอบด้วยไพ่ 3 ใบ ใบแรกสัญลักษณ์แจ๊กเป็นรูปนายกฯอภิสิทธ์ ทับด้วยใบที่ 2 สัญลักษณ์ แหม่ม เป็นรูปของประธานองคมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ส่วนไพ่ใบสุดท้ายที่ซ้อนทับไพ่ทั้งสองใบ เป็นเครื่องหมายคำถาม มีตัวหนังสือบรรยายใต้ภาพ ว่า ไพร่ตาสุดท้าย อำมาตย์อัสดง การต่อสู้ของไพร่ยุคใหม่

2) เบื้องหลังเสื้อแดง‏

แสดงความไม่พอใจข้อความจากเว็บไซต์ USA2 ที่หมิ่นเบื้องสูง โดยไฮไลท์คำพูดที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และเชิญชวนให้ส่งอีเมล์นี้ต่อ โดยผู้เขียนอีเมล์อ้างว่าเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่หลงเชื่อตกเป็นเครื่องมือในการประท้วงครั้งนี้ได้ทราบจุดประสงค์การชุมนุมที่แท้จริง

3) ดูภาพที่คนเสื้อแดงทำ!!!เป็นการกระทำที่สมควรหรือไม่?????‏

วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มหมิ่นสถาบันฯ

เกี่ยวกับการนำข้อความและรูปภาพที่ผู้ส่งอ้างว่าเป็นข้อความจากกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต้องการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

4) ทำไมทักษิณถึงจ้องล้มองคมนตรีทั้งที่ในหลวงทรงแต่งตั้งเอง

วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณ ชินวัตร เนื้อหาบทความชี้แจงข้อมูลเหตุผลทำไมต้องมีองคมนตรี โยงข้อมูลต่างๆตั้งข้อสังเกตโจมตีอดีตนายกทักษิณ

6. วาทกรรมโน้มน้าวรณรงค์ทางการเมืองมักเน้นโน้มน้าวให้เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มคน หรือบุคคลที่มีความเห็นเหมือนหรือตรงข้าม เชิญชวน/รณรงค์ให้มีการรวมตัวกันทำกิจกรรมอันมีเป้าหมายร่วม

1) บิ๊กจิ๋วจะนำมวลชนไปที่ ..ศิริราช ! ! !‏

จุดประสงค์ของผู้ส่งฟอร์เวิร์ดเมล์แจ้งข่าวเพื่อรวมตัวกันต่อต้าน พล..ชวลิตร ยงใจยุทธ ที่จะนำคนเข้าไปที่ รพ.ศิริราช ซึ่งเป็นที่ประทับรักษาพระอาการประชวนในหลวง

2) DSI ขอร้องให้ประชาชนห้ามโพสต์เว็บหมิ่นต่อ

DSI ขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ให้โพสต์เว็บและข้อความที่มีลักษณะหมิ่นฯต่อ

ทั้งนี้ได้มีการบอกวิธีและช่องทางแจ้งต่อเจ้าหน้าที่หากพบเว็บที่หมิ่น

3)ร่วมมือกันคว่ำบาตรสินค้าเสื้อแดง

ข้อความเชิญชวนไม่ให้สนับสนุนสินค้าหรือบริการจากบริษัทห้างร้านที่ผู้เขียนอีเมล์อ้างว่าเป็นสินค้าจากผู้ให้การสนับสนุนกลุ่ม นปช.

4) เลิกซื้อ ไทยรัฐ...คุณทำแบบนี้เพื่อ ???? ช่วยกันส่งต่อเยอะๆๆๆ

แสดงความไม่พอใจหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ลงรูปและพาดหัวไม่ตรงกัน คือ ที่พาดหัวข่าว"ในหลวง เสด็จกลับ" ข่าวอยู่กลางหน้าด้านซ้ายมือด้านข้างเป็นภาพอดีตนายกทักษิณ ส่วนภาพในหลวงเสด็จกลับ อยู่ข้างบนขวามือ


5) การสื่อสารทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์ “แตกแยก/สมานฉันท์”

จากการศึกษา กกระบวนการสื่อสารทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์ สามารถแบ่งรูปแบบการสื่อสารได้ 2 แบบคือ

5.1) กลวิธีการสื่อสารเพื่อสร้าง “ความแตกแยกทางการเมือง”

พบ 5 กลวิธี ดังนี้

1)การแบ่ง แยก คือ การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่มีความคิดเห็น จุดยืนทางการเมืองในลักษณะที่ชัดเจน เป็นพวกเขา/พวกเรา มี 2 รูปแบบคือ 1) การก่อตั้งกลุ่มความคิด/จุดยืนทางการเมืองในเครือข่ายเฟซบุ๊ค ที่ใช้การก่อตั้งกลุ่ม (groups) ผ่านชื่อที่มีเป้าหมายทางการเมืองชัดเจน เช่น “กลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านเสียงไม่ต้องการให้ยุบสภา” หรือ “กลุ่มคนเสื้อหลากสี” ซึ่งเป็นตัวจุดกระแสให้เกิดกลุ่มอื่นๆ ตามมาอีกมาก และ 2) การตั้งกระทู้ – แบ่งเรื่องในเว็บบอร์ดสาธารณะ โดยเฉพาะกระทู้ที่มีลักษณะหัวข้อสนทนาในทิศทางสนับสนุน/คัดค้านกลุ่มการ เมืองหรือเหตุการณ์ทางการเมือง และอาจมีลักษณะห้ามกลุ่มตรงข้ามเข้ามาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง

2)การโต้ แย้ง โต้เถียงที่ดุเดือด เกิดขึ้นมากในเว็บบอร์ด โดยเฉพาะในกระทู้ที่กล่าวหาการกระทำของฝั่งตรงข้าม การโต้เถียงเน้นไปที่ประเด็น/ตัวเหตุการณ์ โดยใช้ข้อมูล (หรือหลักฐานที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าจริงเท็จเช่นไร และมักเข้าข้างฝ่ายตน) มานำเสนอในเว็บบอร์ด จนถึงระดับของการโต้เถียงไปที่ตัวผู้แสดงความคิดเห็นคนอื่นๆ ในเว็บบอร์ด ว่าไม่รู้จริง ไม่มีข้อมูล ไม่มีความคิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ผ่านภาษาที่ทั้งสุภาพ และไม่สุภาพ (เช่น เสียดสี เหน็บแนม ข่ม แย้ง ตำหนิ บริภาษ จนถึงระดับเหยียดหยาม) ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล

3)การตรวจ สอบ สอดแนมพฤติกรรม เฝ้าระวัง พฤติกรรม/ทัศนคติบุคคล-กลุ่มบุคคลที่อันตราย มักเกิดขึ้นในเครือข่ายเฟซบุ๊ค โดยการเข้าไปสำรวจเนื้อหาของบุคคลที่อาจมีความคิดเห็นทางการเมืองที่รุนแรง ที่เจ้าตัวโพสต์แสดงความคิดเห็น รูปภาพ หรือจุดยืนทางการเมืองส่วนตัว จากนั้นจึงจะวิเคราะห์ ติดตาม สอดแนมพฤติกรรมดังกล่าวจนเป็นที่แน่ชัดแล้วจึงเก็บหลักฐานข้อความดังกล่าวมา โพสต์ในเฟซบุ๊คกลุ่มหรืออีเมล์ฟอร์เวิร์ดเพื่อตักเตือนและแจ้งข่าวแก่สมาชิก จนอาจนำไปสู่การไล่ออกจากบริษัท การถูกกีดกันทางสังคม หรือการดำเนินคดีทางกฏหมาย เช่น “กลุ่ม social sanction กับ anti-social sanction” ในเฟซบุ๊ค

4)การกล่าว หา ประณาม แฉ และชักชวนให้กีดกันทางสังคม มักเกิดขึ้น ในเครือข่ายฟอร์เวิร์ดเมล์ และเฟซบุ๊ค มีเนื้อหาให้รายละเอียดพฤติกรรมบุคคล ข้อมูลส่วนตัวและครอบครัว และชักจูงโน้มน้าวให้มีความเกลียดชัง บอยคอต ไม่ให้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม มักเกิดขึ้นกับบุคคล 3 ประเภท คือ 1) กลุ่มคนเสื้อแดง ในกรณีความคิดล้มล้างสถาบัน 2) กลุ่มธุรกิจ สินค้าและบริการที่สนับสนุนการชุมนุมของคนเสื้อแดง และ 3) กลุ่มนักวิชาการที่มีความคิดเห็นโน้มเอียงไปทาง สันติภาพและสนับสนุน/ปกป้องกลุ่มคนเสื้อแดง

5)การสร้าง ความเกลียดชัง และการปฏิเสธการอยู่ร่วมกัน พบมากในทุกๆ เครือข่ายช่องทาง โดยเฉพาะการใช้ “วาจาที่ แสดงความเกลียดชัง” (hate speech) เช่น การเสียดสี ประชดประชัน ส่อเสียด เหน็บแนม จิก กัด บริภาษ ซึ่งทำให้ระดับของความขัดแย้งครอบคลุมมิติทางสังคมต่างๆ เอาไว้ด้วยกัน ทั้งในแนวดิ่งคือความขัดแย้งระหว่างบุคคล-ระดับชาติ หรือความขัดแย้งในแนวราบ เช่น ความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สื่อมวลชน และการปฏิเสธการอยู่ร่วมกันซึ่งเป็นระดับรุนแรงที่สุด โดยพบตั้งแต่การตั้งกลุ่มในเฟซบุ๊ค การตั้งกระทู้ และการฟอร์เวิร์ดเมล์ นอกจากนี้ยังรุนแรงถึงขั้นการประกาศว่าคนอีกฝ่ายไม่ใช่คนไทย ไม่ใชมนุษย์ ไม่สามารถอยู่ร่วมประเทศ หรือสมควรแบ่งแยกประเทศ หรือไปอยู่ต่างแดนเสีย หรือถึงขั้นแสดงความอาฆาตมาดร้ายชีวิตผ่านภาษา

5.2) กลวิธีการสื่อสารเพื่อสร้าง “ความสมานฉันท์ทางการเมือง”

พบ 5 กลวิธี ดังนี้

1) การรวมกลุ่ม ขณะที่การแบ่งกลุ่มทางการเมืองคือกลวิธีในการสร้างความแตกแยก การรวมกลุ่มกลับเป็นกลวิธีสร้างความสมานฉันท์ เพราะคือการรวบรวมสมาชิกที่มีความคิดเห็นทางการเมืองในทางเดียวกัน แต่มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารความสามัคคี ปรองดอง สันติวิธี โดยผ่าน 1) กิจกรรมต่างๆ ในทางสร้างสรรค์ ปลอดความรุนแรงหรือสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง-การอภิปราย สาธารณะ หรือกิจกรรมด้านศิลปะ-บันเทิง สังคม เช่น เครือข่ายสันติวิธี และ 2) การให้ข้อมูลข้อเท็จจริง (ผ่านข่าวสารข้อเท็จจริงในอดีต คำพิพากษา เอกสารรัฐ คลิป ภาพถ่าย สถิติต่างๆ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ) เพื่อให้สมาชิกกลุ่มและคนอื่นๆ รับรู้ข้อมูลความรู้ข้อเท็จจริงมากกว่าที่จะแสดงออกทางความคิดเห็นทางการ

2) การแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ มักเกิดขึ้นในพื้นที่เว็บบอร์ดผ่านการแสดงความคิดเห็นในลักษณะประนีประนอม สร้างความรู้สึกคิดเห็นที่สุภาพ ผ่านกระบวนการสนทนาแลกเปลี่ยนในเชิงมิตรภาพ ขณะที่เครือข่ายทวิตเตอร์ ก็มีการรณรงค์ให้ใช้ข้อความสั้น (# hash tag) เพื่อสื่อสารรณรงค์สันติภาพ-สามัคคีในหมู่ผู้ใช้

3) การตรวจสอบ เฝ้าระวัง การรายงานข่าวของสื่อ มักเกิดขึ้นในเครือข่ายเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และเว็บบอร์ด (ราชดำเนิน-พันทิป) โดยการเข้าไปสำรวจเนื้อหารายงานข่าวของสื่อไทยและต่างประเทศ ตลอดจนเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีการปะทะกันระหว่างกลุ่มม็อบ ที่อาจมีความความผิดพลาด คลาดเคลื่อน และมีกระบวนการสืบค้นหาข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวอื่นๆ มาตรวจสอบ อย่างเสรีและเปิดกว้างจากผู้ใช้

4) กลุ่มสื่อสาร ตรวจสอบ ขุดคุ้ย นำเสนอข้อมูลความจริง และความรู้ที่ปราศจากอคติ เกิดขึ้นน้อยมากในกระบวนการสื่อสารทั้ง หมด อาจพบได้ในเว็บบอร์ดพันทิป (กระทู้ประเภท ข้อเท้จจริงของเหตุการณ์ ที่มีการนำหลักฐาน ภาพถ่าย คลิปวีดีโอ กฤตภาคข่าวเก่าๆ เอกสารราชการ จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ คำพิพากษาของศาล หรือบทความวิชาการที่เกี่ยวข้องมานำเสนอ) ส่วนในเฟซบุ๊คก็จะมีกลุ่มสื่อสารความจริง เช่น กลุ่มสารานุกรมความรู้ฯ กลุ่มสื่อสารข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่รวบรวมมาจากหลากหลายสื่อที่ค่อนข้าง เป็นกลาง ขณะที่ทวิตเตอร์นั้นแม้จะมีบทบาทเด่นเรื่องการรายงานความเคลื่อนไหวของ เหตุการณ์ แต่ก็ไม่มีข้อมูลเชิงลึกและน่าเชื่อถือว่าผ่านการตรวจสอบ

5) การสื่อสารวาทกรรมสันติภาพ การให้อภัย ความรักสามัคคี พบในทุกช่องทางการสื่อสาร โดยบุคคลที่โพสต์ข้อความ/เนื้อหาเหล่านี้มักใช้วาทกรรมความรักในหลวง รักชาติ สามัคคีปรองดอง เข้าไปโพสต์เนื้อหาในลักษณะวางตนเองเป็นผู้ประสาน ประนีประนอม ปลอบโดย วางตนเป็นคนกลาง ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ลดบรรยากาศความรุนแรงทางการเมืองจากการวิวาทะลง กลายเป็นทูตสันติวิธีทางอ้อม เช่นการใช้ “# hash tag ” ในทวิตเตอร์ การใช้ภาพอวตาร (ภาพแสดงกลุ่ม/บุคคล) ในลักษณะสื่อสารรณรงค์ไม่เอาความรุนแรง/สันติภาพในเฟซบุ๊ค หรือการลงชื่อสนับสนุน (ให้ “กิ๊ฟ” - ของขวัญ) แก่ผู้ที่แสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ในเว็บบอร์ด

===============================================================

ข้อเสนอแนะ จากโครงการฯ

สำหรับ ประชาชนและสื่อ: ควรมีความตระหนักและรู้เท่าทันการใช้สื่อออนไลน์ ดังนี้

1)ความน่า เชื่อถือของข้อมูล : พึงตระหนักว่าผู้ที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ เว็บบอร์ด อาจไม่ได้เป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์นั้นจริง หรือมีวัตถุประสงค์อยู่เบื้องหลัง และสถานะ หรืออาชีพของบุคคลของผู้โพสต์ข้อความ ไม่ใช่สิ่งยืนยันความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยเฉพาะผู้สื่อข่าว ควรตระหนักและเข้าใจว่า ข้อความที่ตนเองโพสต์ไว้ในที่ต่างๆ นั้น ย่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่าคนทั่วไป จึงควรมีความระมัดระวัง แยกแยะให้ชัดเจนระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นส่วนตัว

2) ความรวดเร็วของข้อมูล : พึงตระหนักว่า ความรวดเร็วของข้อมูลที่โพสต์ในในสื่อออนไลน์ อย่างรวดเร็วนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อมูลบางอย่างอาจไม่มีการตรวจสอบในเบื้องต้น อาจเป็นข่าวลือที่บอกต่อๆ กันมา ควรใช้วิจารณามากกว่าที่จะเชื่อถือเพียงเพราะความรวดเร็วของข้อมูล

การรับข่าว สารจากทวิตเตอร์ ควรใช้วิจารณญาณ ไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดในการหาประโยชน์โดยตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อข้อ ความในทวิตเตอร์ เนื่องด้วยทวิตเตอร์เป็นสื่อใหม่ที่มีการแสดงความคิดเห็นได้รวดเร็ว ทำให้ข้อมูลข่าวสารอาจเป็นข้อมูลเท็จ ข้อมูลที่ผิดพลาด หรือข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใด ดังนั้นก่อนเชื่อถือข้อมูลข่าวสารในทวิตเตอร์ ควรตรวจสอบก่อน โดยเปรียบเทียบกับสื่ออื่น เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์

3) การหมิ่นประมาทและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล: พึงตระหนัก ว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ควรสงวนเอาไว้เพื่อปกปิด เช่น ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ ประวัติการทำงาน การศึกษา เป็นสิ่งที่จะละเมิดหรือนำเอาไปใช้เพื่อการสร้างความคุกคาม ข่มขู่ มิได้ ผู้เผยแพร่ด้วยการ เจาะสืบ (แฮคเกอร์) ผลิต ส่งต่อ เผยแพร่อาจมีความผิดตามพระ ราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

4) การแสดงความคิดเห็นบนพื้นที่สาธารณะ: พึงตระหนักว่าความคิดเห็นของผู้ใช้ อาจสร้างความรู้สึกเกลียดชัง การแบ่งแยก การสร้างความขัดแย้ง ผ่านการประณาม ด่าทอ การเหยียดหยามและหมิ่นประมาทผู้อื่น โดยภาษาหรือการตั้งกระทู้ที่ไม่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ และพึงตระหนักว่า พื้นที่สื่อออนไลน์อย่างเว็บบอร์ดสาธารณะ เว็บไซต์ส่วนตัวอย่างเฟซบุ๊ค ไฮไฟว์ ทวิตเตอร์ ฯลฯ เหล่านี้คือพื้นที่/ช่องทางการสื่อสารสาธารณะ ข้อมูลความคิดเห็นของผู้โพสต์จะไม่เป็นข้อมูลส่วนตัวอีกต่อไป การแสดงความคิดเห็นควรกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจและสุภาพ และตระหนักในผลที่จะเกิดขึ้นตามมาทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น

1) ควรรณรงค์ให้เกิดกระทู้เพื่อพูดคุย เสนอแนะทางออกอย่างสันติวิธี/รณรงค์สร้างความสมานฉันท์ เป้าหมายเพื่อการรณรงค์สันติ ไม่ให้เกิดความแตกแยกแบ่งฝ่ายของกลุ่มคนต่างๆ

2) เว็บมาสเตอร์หรือผู้ดูแล ควรมีการควบคุมในการแสดงความคิดเห็นที่โต้แย้ง-โจมตีกันให้มากขึ้น มากกว่าการให้สมาชิกเป็นผู้ควบคุมกระทู้กันเอง เพื่อไม่ให้เกิดการแบ่งกลุ่ม สร้างความเกลียดชัง แตกแยกภายในเว็บบอร์ด

3) ควรมีการควบคุมตรวจสอบข้อเท็จจริงของ การแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะการพาดพิงถึงบุคคลที่อื่น หรือในกระทู้ที่เปิดโอกาสให้แสดงข้อมูล สืบค้น แสวงหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ว่าข้อมูลที่ถูกนำเสนอ มีความถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน เพียงพอหรือไม่ หรือถูกบิดเบือนข้อมูลอย่างไร

4) ควรรณรงค์ให้เรียกชื่อ หรือสรรพนามนำหน้าชื่อบุคคลที่ถูกพูดถึงอย่างสุภาพ แสดงความให้เกียรติกับผู้ที่ถูกกล่าวถึง งดเว้นการใช้ฉายาที่ไม่สุภาพหรือคำที่แสดงถึงการดูถูก เหยียดหยาม

5) การรับ ส่ง สร้าง เผยแพร่ข้อความ โดยเฉพาะการใช้ฟอร์เวิร์ดเมล์

· สำหรับผู้ รับ ควรมีวิจารณญาณในการรับข้อมูล ข่าว บทความ รูปภาพและไม่ควรเชื่อทันที หากเป็นบทความหรือข่าวที่มีการระบุที่มา ควรอ่านและพิจารณาจากแหล่งข้อมูลอื่นด้วย

· สำหรับผู้ ส่งต่อ ไม่ส่งต่อ ข้อความที่ไม่เหมาะสมหรือสร้างความอับอาย และรู้เท่าทันเจตนาของผู้ที่ส่งมายังเรา เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น ข้อความหรือรูปภาพที่มีลักษณะหมิ่นประมาทแม้ผู้ส่งต่อจะมีเจตนาบริสุทธิ์แต่ อาจเป็นดาบสองคม คือมีทั้งคนที่เห็นพ้องประณามผู้สร้างข้อมูลนั้น และ บางคนที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเบื้องหลังรู้สึกคล้อยตามหรือตกเป็นเครื่องมือ ทางการเมืองโดยไม่ตั้งใจ

6) อคติ ความเกลียดชัง ความรุนแรง: พึงตระหนักว่า พื้นที่สื่อออนไลน์นั้นเต็มไปด้วยข้อมูลหลากหลาย และไร้การควบคุมระดับความรุนแรงของเนื้อหา หน่วยงานรัฐหรือองค์กรอิสระด้านวิชาชีพสื่อหรือองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอาจไม่สามารถดูแลควบคุมได้ทั้งหมด ข้อมูลเนื้อหาจึงอาจแฝงไว้ด้วยเจตนาปลุกระดม สร้างอคติ ความเกลียดชังแก่บุคลหรือกลุ่มบุคคลใด การรับข้อมูล การส่งต่อเผยแพร่ข้อมุลเหล่านี้ ควรมีความระมัดระวังในการสร้างความเกลียดชัง อคติ เพิ่มขึ้นในสังคมโดยไม่จำเป็น ผู้ใช้ต้องมีวิจารณญาณอย่างสูง

7) บทบาทสื่อใหม่ในการเสริมสร้างคุณภาพของความรู้ ความคิดเห็นเสรีที่หลากหลาย และการส่งเสริมการสร้างความสมานฉันท์ ปรองดอง: เจ้าของสื่อ ผู้ก่อตั้ง ทั้งในระดับองค์กรขนาดใหญ่ หรือส่วนบุคคล ผู้ให้บริการเนื้อหา เจ้าช่องทางการสื่อสาร และผู้ใช้สื่อออนไลน์ทุกคน ควรมีความตระหนักรู้ถึงอิทธิพลและความสามารถของสื่อใหม่ และผลกระทบจากการใช้สื่อ

ตระหนักว่า สื่อใหม่สามารถนำไปใช้ในทางที่จะเกิดประโยชน์ในด้านข่าวสารที่รวดเร็ว หลากหลาย เป็นพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ เปิดโอกาสให้ความคิดเสรี ส่วนร่วม ให้มีการสืบค้น ตรวจสอบความจริง และนำเสนอให้เป็นที่ประจักษ์ แต่เสรีภาพทางความคิดและการแสดงออกเหล่านี้ล้วนดำรงอยู่ได้ก็ด้วยสำนึกแห่ง ความรับผิดชอบและจรรยาบรรณ ตลอดจนสำนึกแห่งความดี คุณธรรมและความถูกต้องเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสังคม======================================================================