Skip navigation.

งานวิจัยความรุนแรงต่อเด็กไทย

งานวิจัยความรุนแรงต่อเด็กไทย เผย ระดับความรุนแรงต่อเด็กเพิ่มสูงขึ้น แม้คนระดับรองอธิบดียังใช้วาจาลวนลามเด็กเสิร์ฟ ชี้ เวทีสภาฯ ทำเด็กบ่มเพาะการใช้วาจาหยาบคาย...

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการรองรับ ยุทธศาสตร์ “โลกที่เหมาะสมสำหรับเด็ก” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชนผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) ดร.สายสุรี จุติกุล ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เลิกรุนแรง...ร่วมเร่งพัฒนาเด็กของไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมสังคมโลก” ว่า ความก้าวร้าวความรุนแรงเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย ทำให้องค์การสหประชาชาติรวมถึงองค์กรนานาชาติต่างหยิบยกประเด็นดังกล่าว หารือศึกษาวิจัย

ทั้งนี้ สท.และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จึงได้ศึกษาวิจัยความรุนแรงต่อเด็กไทยโดยศึกษากลุ่มเป้าหมายประมาณ 60,000 คนทั่วประเทศ เริ่มดำเนินการ ก.ย.2552 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลภาคสนาม คาดว่าจะเสร็จ เดือนก.พ. 2554 ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าเด็กถูกกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบทั้งทางกาย วาจา และทางเพศโดยเฉพาะทางเพศ มีทั้งการกระทำชำเรา บังคับร่วมเพศระหว่างเด็กด้วยกันเอง พ่อกระทำลูกหรือทั้งพ่อและปู่กระทำกับลูกหลานตนเอง

สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทยและไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างคนในครอบครัวครูกับศิษย์ นายจ้างกับผู้น้อย แม้แต่ในโรงเรียนประจำชายหรือหญิง รวมถึงสถานพินิจและสถานสงเคราะห์ วัดวาอาราม ซึ่งมีเด็กให้ข้อมูลมา ทั้งหมดนี้จะมีการศึกษาวิจัยเชิงลึกถึงปัญหารวมถึงสาเหตุเพื่อนำไปสู่การหา แนวทางป้องกันและแก้ไข

ดร.สายสุรี กล่าวด้วยว่า ความรุนแรงทางวาจา ซึ่งรวมไปถึงการพูดจาลวนลามแม้แต่ในสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีระดับรองอธิบดี เมื่อไม่นานมานี้มีพฤติกรรมและใช้วาจาลวนลามโดยชี้ไปที่หน้าอกเด็กผู้หญิง ที่มาเสิร์ฟกาแฟ เปรียบเปรยถึงนมที่จะขอใส่ในกาแฟเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ทั้งที่เป็นถึงข้าราชการระดับสูง


นอกจากนี้ ตนได้รับการบ่นจากครูภาษาไทยจำนวนมาก ถึงการใช้ภาษาในสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำให้ครูต้องปวดหัว เมื่อถูกเด็กอ้างถึงผู้ใหญ่ในสภาฯยังพูดจาหยาบคาย ซึ่งตนคงไม่สามารถไปว่ากล่าวผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้ แต่ชี้แนะให้ครูเขียนจดหมายร้องเรียนไปยังสภาฯรวมทั้งให้ครูบอกเด็กยึดแบบ อย่างที่ดีเช่น พระราชดำรัสในหลวง คำสอนพระพุทธเจ้า อย่าไปดูตัวอย่างคนชั่วช้าเราอยากให้เยาวชนเรียนรู้ประชาธิปไตย จากการประชุมสภาฯ แต่กลับเป็นดาบสองคม จึงอยากวิงวอน ส.ส.ในสภาฯว่าหากท่านโกรธมากๆ ก็ให้เหยียบหัวแม่เท้าตัวเองไว้อย่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็กเลย