สิทธิการเล่นของเด็กในประเทศไทย
<!--[if gte mso 9]>
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 53 แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) โดยการบริหารมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) ร่วมมือกับสมาคมการเล่นนานาชาติ : การส่งเสริมสิทธิการเล่นของเด็ก หรือ International Play Association (IPA) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ส่งเสริมการเล่นของเด็กทั่วโลกได้จัดเวทีเสวนาในประเด็น “สิทธิการเล่นของเด็กในประเทศไทย” เพื่อวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนสถานการณ์สิทธิการเล่นของเด็กในประเทศไทย รวมทั้งระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อฝ่ายต่างๆ ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ เพื่อหาแนวทางพัฒนาเครือข่ายหน่วยงานงานด้านส่งสริมสิทธิการเล่นของเด็กในประเทศไทย
ด้านนายสรรพสิทธิ์ คุมประพันธ์ กรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติและผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กกล่าวว่า สิทธิการเล่นของเด็กถือว่าเป็นสิทธิตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการที่สำคัญทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา และทางด้านอารมณ์ และสังคม โดยเฉพาะการเล่นที่พ่อแม่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย การจัดการของรัฐเกี่ยวกับการเล่นของเด็กในระดับครอบครัวจึงไม่ใช่แค่การนำของเล่นไปแจกให้เด็กเท่านั้น แต่ต้องทำให้พ่อแม่มีเวลาอยู่กับลูกและต้องมีเวลาให้เด็กได้เล่นมากขึ้น
“สิทธิการเล่นของเด็กจะเกิดขึ้นได้จะต้องประกอบไปด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ เรื่องของโอกาส ที่ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบและคำสั่ง เรื่องของเครื่องมือและของเล่นที่รัฐต้องจัดหาให้ และสุดท้ายคือเรื่องของแอคเตอร์ หรือบุคลากรที่มีความรู้เรื่องการเล่นให้เข้าดูแลอย่างจริงจัง” นายสรรพสิทธิ์กล่าว
นางสาวเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวถึงความพึงพอใจเกี่ยวกับพื้นที่การเล่นของเด็กในปัจจุบันว่า ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่การเล่นของเด็กมีจำนวนน้อยลง เด็กส่วนหนึ่งจึงต้องหาพื้นที่เล่นใหม่ๆ ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กได้ เช่น บริเวณฟุตบาท เป็นต้น ทำให้มีพื้นที่การเล่นที่เป็นอันตรายและไม่เหมาะสมมากขึ้น อีกทั้งการที่เด็กขาดพื้นที่ในการเล่นทำให้เด็กหันไปวิธีเล่นในรูปแบบใหม่ คือการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเล่นดังกล่าวจะทำให้เด็กขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง ดังนั้นจึงต้องดึงพื้นที่และเวลาในการเล่นของเด็กกลับคืนมาให้ได้ โดยเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายคืนพื้นที่การเล่นให้แก่เด็ก เช่น การจัดสรรพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล การจัดให้มีบุคลากร อาสาสมัครที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการเล่นและเรียนรู้ของเด็กในชุมชน รวมถึงการจัดให้มีเครือข่ายพื้นที่สร้างสรรค์ที่เข้มแข็งมากขึ้น
ด้านเด็กหญิงนกแก้ว นักเรียนมูลนิธิรักษ์ไทยกล่าวว่า เวลาไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับการเล่น เพราะส่วนใหญ่จะมีเวลาเล่นช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกเรียน แต่บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องของพื้นที่การเล่นมากกว่า
“บางอย่างเวลาพวกหนูเล่นกระโดดยาง หรือเล่นไล่จับ ผู้ใหญ่ก็มักจะที่อื่น เล่นอะไรไม่รู้เสียงดังรบกวนคนอื่น” เด็กหญิงนกแก้วกล่าว
นางสาวกรรณาภรณ์ สอนสมฤทธิ์ ตัวแทนIPA ประเทศไทยกล่าวว่า การหารือเกี่ยวกับสิทธิการเล่นของเด็กพบว่า ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องของความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการเล่นกับสิทธิการเล่นของเด็กที่ต้องทำความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า การเล่นมีความสำคัญอย่างไรต่อเด็กบ้าง โดยอาจจะต้องมีการรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจมากขึ้น และต้องมีหน่วยงานทางภาครัฐและหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาช่วยดูแลร่วมด้วย ซึ่งข้อเสนอที่หลายฝ่ายร่วมกันแสดงความเห็นจะนำไปเป็นแนวทางพัฒนาเครือข่ายหน่วยงานงานด้านส่งเสริมสิทธิการเล่นของเด็กในประเทศไทยต่อไป
