เส้นทางโสเภณี สู่ยุค"อี-เกิร์ล" (17ก.ค.51)
ข่าวสด วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6440 ข่าวสดรายวัน
ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นตลาดการค้าเนื้อสดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากมีการให้บริการที่มองเห็นได้รวมถึงการมีอยู่ของอาชีพโสเภณี ปัจจัยหนึ่งมาจากระบบเกื้อกูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายทั้งชาวต่างชาติและชาว ไทยเอง ผลที่ตามมาคือการระบาดของโรคเอดส์ ซึ่งโสเภณีถูกตีตราว่าเป็นต้นเหตุ
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร จัดบรรยายเรื่อง "โสเภณีเด็กกับสถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทย" โดย สรายุทธ โรจน์รัตนรักษ์ นักศึกษาปริญญาโท การพัฒนาสังคมระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแองเกลียตะวันออก ประเทศอังกฤษ นำเสนอการเปลี่ยน แปลงสถานการณ์อุตสาหกรรมการบริการทางเพศในประเทศไทยและมองความเชื่อมโยง สาเหตุนำไปสู่การแพร่ระบาดของเอดส์ ผ่านการเก็บข้อมูลจากเอกสาร ข่าว บทความ รายงาน สถิติ วิทยานิพนธ์ เพื่อนำมาวิเคราะห์
นายสรายุทธ กล่าวถึงปัจจัยเข้าสู่การค้าบริการทางเพศว่า เกิดผลกระทบจากนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจที่สร้างความเหลื่อมล้ำเปลี่ยนแปลงสังคม โครงสร้างภาคเกษตรกรรมเข้าสู่ระบบการค้าเสรี ส่งผลทางโครง สร้างอย่างรุนแรง เช่น การถือครองแผ่นดิน การผลิตและการลงทุนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเป็นหลัก เกิดความอ่อนแอทางโครงสร้าง เกษตรกรมีหนี้สินมากกว่ารายได้ ประกอบกับระดับการศึกษาน้อยทำให้เดินเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม บางครอบครัวต้องออกจากระบบการศึกษาหันมาเป็นแรงงานรับจ้าง บางครอบครัวต้องเคลื่อนย้ายแรงงานจากชนบทสู่เมือง มาอยู่ในโรงงาน หรือทำงานก่อสร้าง
ในช่วงสงครามเวียดนามบางพื้นที่ในประเทศไทยเป็น ที่พักผ่อนของทหาร มีการคัดสรรผู้หญิงไปทำหน้าที่บริการทหาร และซ่องก็เกิดขึ้นในช่วงนี้ โดยผู้หญิงในท้องที่จะเป็นเมียเช่ามากกว่าเป็นโสเภณี ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นนครโสเภณี ประกอบกับผลการส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวทำให้เพศพาณิชย์เติบโตมากขึ้น ดังตัวอย่างแก๊งข้ามชาติจากญี่ปุ่นที่เข้ามาในเชียงใหม่ ในปี 1990 ล่อลวงเด็กหญิงมาถ่ายวิดีโอโป๊แลกเงิน 1,000 กว่าบาทและนำไปกลับไปเผยแพร่ในประเทศ ทำให้เกิดเซ็กซ์ทัวร์ตามมา มีการติดต่อผ่านคนกลางเพื่อมีเซ็กซ์กับเด็ก
นายสรายุทธกล่าวต่อว่า ถัดมาคือความยากจนและขาดโอกาสของชีวิต เด็กที่ขายบริการปรารถนาความมั่งมี ความร่ำรวย มากกว่าไม่มีเงินซื้ออาหาร
นอกจากนี้ยังพบว่าการตกเขียวยังมีอยู่ในสังคม เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนในการให้ความหมายเชิงคุณค่า ความต้องการในการบริโภคสะท้อนความล่มสลายของครอบครัวและชุมชน เช่น จากการศึกษาของมอนต์โกเมอรี่ (Montgomery) ปี 2001 พบว่า แม่ที่เคยเป็นโสเภณีนำลูกชายคนโตวัย 8 ขวบ และลูกสาววัย 6 ขวบ มาขายบริการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ในขณะที่พ่อต้องการให้ลูกอยู่กับตัวเองแต่เด็กไม่ต้องการและยินยอมประกอบ อาชีพนี้ต่อไป
สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมและสังคมไทยที่กำหนด บทบาทสถาน ภาพความเป็นเด็กไว้ในเรื่องความรับผิดชอบต่อครอบครัว การให้คุณค่าค่านิยมในการทดแทนบุญคุณ ความคาดหวังของสังคมไทยต่อเด็กที่ต่างกันออกไป เช่น ผู้หญิงต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ต้องช่วยเหลืองานบ้าน ในขณะที่เด็กชายทดแทนบุญคุณด้วยการออกบวช
ขณะที่ความสัมพันธ์เรื่อง เพศ ผู้หญิงถูกกำหนดให้เป็นเรื่องซ่อนเร้น แต่ผู้ชายเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และแสวงหา ฉะนั้นทัศนคติของโสเภณีชายที่มีต่ออาชีพนี้มองว่า เมื่อผู้หญิงเข้ามาทำอาชีพนี้ได้เขาก็ทำได้เช่นกัน
นอกจากนี้ความเชื่อมโยงของสังคม ความสัมพันธ์ของเครือข่ายใกล้ชิด เป็นปัจจัยดึงดูดทำให้เด็กหญิงในชนบทเข้าสู่การค้าบริการทางเพศ มีผลการศึกษาว่า เด็กหญิง 8 คน ในจำนวน 54 คนจากบ้านดอกคำใต้ทำงานในสถานค้าประเวณีเดียวกัน
ปัจจัยสุดท้ายคือ การเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัตน์ เมื่อกระแสบริโภคนิยมและวัตถุนิยมทำให้วัยรุ่นฟุ้งเฟ้อ เห็นความสำคัญของวัตถุมากกว่าคุณค่าความเป็นมนุษย์ รวมทั้งความอ่อนแรงต่อสถาบันครอบครัวในการอบรมเลี้ยงดู แรงยั่วยุจากสื่อ เงินตราและเพศ มีความสำคัญต่อการแสดงออกของพฤติกรรมวัยรุ่น รวมถึงพฤติกรรมล่อแหลม โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดง่ายต่อการเข้าสู่อาชีพดังกล่าว รวมถึงค่านิยมทางเพศเปลี่ยนแปลงไปและการควบคุมทางสังคมอ่อนแรงลง เช่น การมีเพศสัมพันธ์แบบไร้พันธะหรือแบบชั่วข้ามคืน การมีกิ๊ก มองเห็นเป็นเรื่องธรรมดายอมรับได้
ส่วนโสเภณีชายในกลุ่มเด็กเร่ร่อน ที่ขายบริการให้กลุ่มรักร่วมเพศ พบว่าเหตุผลที่นิยมคือ "เป็นงานง่าย รายได้สูง" บางคนมีความซับซ้อนของปัญหา เช่น ปัญหาครอบครัว หรือผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อนจึงเป็นการง่ายที่จะตัดสินใจสู่การค้าบริการ
นายสรายุทธกล่าวต่อว่า โครงสร้างของสถานประกอบการค้าประเวณี เริ่มจากการบูมขึ้นของธุรกิจและความอ่อน ของบทลงโทษที่มีเพียงการจำคุก และปัญหาการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่แม้ว่าปฏิบัติจริงแต่จับโสเภณีเพียงเพื่อ จดบันทึกและเพื่อผลงาน
จากรายงาน UNDP 2004 รายงานถึงสถานประกอบการค้าที่ไม่ใช่ซ่องว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สถานการค้าในรูปซ่องคงตัวตลอดระยะเวลา ด้วยเงื่อนไข รายได้และความกลัวเรื่องโรคระบาดทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของอุตสาหกรรมทาง เพศ
สิ่งที่พบเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์คือ สาวไซด์ไลน์ โดยราคาอยู่ที่สถาบัน รูปร่างหน้าตา เด็กกลุ่มนี้เริ่มงานจากอาบอบนวด กระจายตัวอยู่ที่พระราม 9 รัชดา เพชรบุรี ต่อมาเด็กเหล่านี้ไม่ต้องการอยู่ในกฎของสถานบริการ จึงตัดตอนหาลูกค้าโดยตรง จากนั้นผันตัวเองเป็นเอเยนต์หาเด็กเข้าสังกัดและขายบริการด้วย
จากงานวิจัยของ สมประสงค์ พระสุจันทร์ทิพย์ และอัญชลี ปิยะดานนท์ เรื่อง "นักเรียนเรตอาร์ นักศึกษาเรตเอ็กซ์ ปี 2001" ประมาณการโสเภณีในประเทศว่า มีราว 8 แสน ถึง 1.5 ล้านคน เป็นนักเรียนนักศึกษาถึง 2-3 หมื่นคน และกำหนดคำศัพท์ "อี-เกิร์ล" (e-girl) คือการนำเสนอบริการผ่านอินเตอร์เน็ต อย่างโปรแกรมสนทนา เช่น PIRCH, IRC, MSN หรือแม้แต่การตั้งกระทู้ข้อความบนเว็บไซต์เพื่อหาลูกค้าเอง การค้าบริการของกลุ่มนี้ต้องผ่านเอเยนต์ เพราะถูก กันให้ออกจากห้องสนทนา เอเยนต์จึงมีอำนาจในการตัดสินใจและเสนอขายอย่างเด็ดขาด
การขายบริการ ยังแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ เป็นระบบที่ชัดเจน เช่น ซ่อง อาบอบนวด และระบบอิสระส่วนตัวหรือแบบแอบแฝง ผลจากการตื่นตัวของเอดส์ นโยบายการป้องกันควบคุมการระบาด จากการศึกษาและคำให้สัมภาษณ์หญิงบริการรายหนึ่งพบว่า หลังตรวจพบเชื้อ เธอไม่สามารถทำงานในสถานบริการได้ แต่ได้เปลี่ยนไปทำงานรูปแบบอื่นที่ไม่มีการเรียกดูใบตรวจโรค ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแพร่ระบาดโรคเอดส์
หน้า 25
