ละอ่อนฮ่วมใจ๋ สืบสานไทยวน (18ก.ค.51)
ที่มา : ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6441 ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์สดจากเยาวชน ภัทรภร ยอดนครจง
ริมฝั่งแม่น้ำป่าสักที่ไหลผ่านจังหวัดสระบุรี ช่วงบ้านโตนด อ.เสาไห้ เป็นที่ตั้งของหอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวนสระบุรี
ที่นี่จัดแสดงเรือนไทยโบราณ พิพิธภัณฑ์เรือลุ่มแม่น้ำป่าสัก และเปิดเป็นโรงเรียนสอนศิลปะภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยวนให้แก่เยาวชนที่สนใจ ได้เข้ามาเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของบรรพบุรุษ ตามเจตนารมณ์ของอาจารย์ทรงชัย วรรณกุล ผู้ก่อตั้ง ที่ต้องการให้หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวนแห่งนี้ เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมชาวไทยวน
ชาวบ้านส่วนหนึ่งในบ้านโตนด อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เดิมคือชาวไท-ยวน ที่อพยพมาจากเชียงแสน ภายหลังจากที่ถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งพ่ายแพ้ให้แก่สยาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ในพ.ศ.2347 นับระยะเวลารวมที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อ.เสาไห้นี้ นานกว่า 204 ปีแล้ว
ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน วัฒนธรรมล้านนาดั้งเดิมค่อยๆ ถูกผสมผสานกลมกลืนกับคนไทยภาคกลาง
เวลายิ่งผ่านเลย ความเป็นไทยวนยิ่งถูกกลืนหาย เหลือเพียงแต่ผู้ใหญ่บางคนเท่านั้นที่ยังพูดภาษาเหนือ และยังคงนุ่งผ้าซิ่นอยู่ ส่วนเด็กรุ่นใหม่หลายคนหลงลืมและละทิ้งความเป็นไทยวนไปเสียแล้ว
ณ วันนี้ นับเป็นเรื่องดีที่ประเพณีวัฒนธรรมไทยวนฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง โดยผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างอาจารย์ทรงชัย วรรณกุล ผู้ก่อตั้งหอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน พี่ป้าน้าอาชาวไทยวนทุกคนได้ร่วมกันสนับสนุนให้เยาวชนลูกหลานเรียนรู้ศิลปะ ล้านนาจากครูภูมิปัญญา และผู้ใหญ่ในชุมชน เพื่อให้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมดั้งเดิมไม่ล้มหายสาบสูญไปพร้อมคนรุ่นเก่า
เสียงเพลงล้านนาโบราณดังมาจากหอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน สลับกับเสียงตีกลองเป็นจังหวะล้านนา เด็กหญิงตัวน้อยหลายคนกำลังนุ่งซิ่นทับกางเกงขาสั้น เพื่อเตรียมตัวเรียนรำฟ้อนกับคุณป้าสงัด วรรณกุล ผ้าซิ่นหลากสีที่เด็กๆ กำลังนุ่งอยู่นี้ เป็นผ้าซิ่นแบบล้านนา ตัวซิ่นและลวดลายล้วนมีเอกลักษณ์ การฝึกให้เด็กทุกคนได้เห็นและสวมใส่เช่นนี้ นับเป็นบทเริ่มต้นที่ดีที่จะฝึกให้พวกเขาซึมซับวัฒนธรรมการแต่งกายของหญิง สาวชาวไทยวน
บรรยากาศคลาคล่ำและสีสันน่ารักเช่นนี้เกิดขึ้นทุกเช้า วันเสาร์ เด็กหญิงและเด็กชายวัยประถม ตั้งใจมาฟ้อน เรียนการตัดและประดิษฐ์ตุงจากกระดาษ และเรียนการตีกลอง
"หนูมา เรียนทุกวันเสาร์กับพวกเพื่อนๆ และพี่ค่ะ ถ้าไปเล่นเกมก็เสียสตางค์ เสียเวลา มาเรียนที่นี่ดีกว่า" น้องอุ้ม ด.ญ.ทิพวรรณ วัสสุมาลย์ วัย 10 ขวบ เป็นหนึ่งในกลุ่มเยาวชนที่สนใจและอยากเรียนรู้ศิลปะล้านนาอันอ่อนช้อยและมี เอกลักษณ์
ก่อนเรียนเด็กๆ ต้องอบอุ่นร่างกายให้ยืดหยุ่นด้วยท่า กายบริหารท่าต่างๆ เช่น ท่าสะพานโค้ง ขัดสมาธิเพชร ก้มตัวแตะปลายเท้า การอบอุ่นร่างกายแบบนี้เด็กๆ ต้องทำสม่ำเสมอ
น้องโอ ด.ญ.กมลวรรณ วัสสุมาลย์ วัย 11 ขวบ เล่าถึงความยากของท่ากายบริหารว่า กว่าจะชำนาญและฟ้อนได้อ่อนช้อย เด็กๆ อย่างโอและอีกหลายคนต้องใช้เวลาและต้องมีความอดทนสูง
"สมัยที่หนูหัดเรียนใหม่ๆ บางท่าก็ยากบางท่าก็ง่าย ท่าที่ยากที่สุดต้องยกให้ท่าสะพานโค้งค่ะ" เด็กหญิงว่าพลางอมยิ้มหวาน
ส่วนเพื่อนอีกคนสนับสนุนว่า "การดัดมือ ดัดหลัง จะทำให้เราตัวอ่อนขึ้น ทำให้ฟ้อนสวย ตัวอ่อนเอวอ่อนค่ะ" น้องเมย์ ด.ญ.ณัฐธิดา คำมี วัย 10 ขวบเล่า
เด็กหญิงทั้ง 3 คน น้องอุ้ม โอ และ เมย์ เรียนฟ้อนกับคุณป้าสงัด ภรรยาอาจารย์ทรงชัย วรรณกุล ที่หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวนแห่งนี้มา 1 ปีแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็กๆ ทั้ง 3 คนฟ้อนได้สวยงาม
ขั้นตอนการสอนและ เคล็ดลับที่ทำให้เด็กๆ ชาวไทยวนเข้าใจศิลปะการฟ้อนรำแบบล้านนา และสามารถฟ้อนได้งามเหมือนช่างฟ้อนตัวจริง คุณป้าสงัดผู้สอนบอกว่า
" ปีแรกเราจะสอนให้เด็กๆ ที่สนใจ เมื่อเด็กรุ่นพี่ฟ้อนได้ จำท่าได้ ก็จะให้เขาสอนเพื่อน และสอนน้องที่เข้ามาใหม่ ให้เด็กๆ เขาสอนกันเอง เด็กจะคุ้นเคยกว่าเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ เราจะคอยดูอยู่ห่างๆ พี่สอนน้องแบบนี้เขาจะฟ้อนเป็นเร็วและสนุก"
ลมเย็นจากชายน้ำพัดเอา ความเย็นสดชื่นมาสู่ใต้ถุนเรือน เสียงเพลงยังขับขาน เด็กๆ ฟ้อนรำ รุ่นพี่หลายคนสอนประกบท่าพื้นฐานให้น้องใหม่อย่างใกล้ชิด เด็กๆ บอกว่านอกจากได้นุ่งซิ่น ฟ้อนรำอ่อนช้อย เด็กๆ ยังได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากสอนการฟ้อนตามแบบแผนล้านนาแล้ว ที่นี่ยังเปิดสอนศิลปะการประดิษฐ์ด้วย การตัดตุงถือเป็นอีกกิจกรรมที่เด็กๆ สนใจ
ตุง ในความหมายของล้านนาแปลว่า ธง ชาวล้านนาจะใช้ตุงประกอบพิธีต่างๆ ตามความเชื่อทางศาสนาพุทธ อย่างเช่นในวันนี้ เด็กๆ จะได้หัดเรียนตัดตุงไส้หมู ซึ่งนิยมใช้ในเทศกาลสงกรานต์
ศิลปะเช่นนี้เรายังพบเห็นได้ในภาคเหนือ แต่ในท้องที่ของชาวไทยวนในสระบุรีกำลังจะเลือนหาย การฝึกให้เด็กๆ ได้ตัดตุงแบบนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เด็กๆ ได้ฝึกสมาธิ เกิดความภาคภูมิใจ เข้าใจความหมาย และรู้จักวัฒนธรรมล้านนาของบรรพบุรุษ
" การตัดตุงยากตรงที่ตัดนี่แหละค่ะ ตัดไม่ดีก็จะขาดหรือเสียได้ แต่พอคล่องแล้วก็ไปตัดกระดาษสี 2 ชั้น หรือ 3 ชั้นได้" น้องอุ้มเล่าก่อนจะก้มหน้าก้มตาตัดตุงจากกระดาษว่าวต่อ ขอเวลาให้สาวน้อยประเดี๋ยวเดียว ตุงไส้หมูสีสวยฝีมือน้องอุ้มก็พร้อมอวดโฉม
อาจารย์ทรงชัยสะท้อนมุมมองและเหตุผลการหยิบยกเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยวนขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนในชุมชนตระหนักและร่วมกันอนุรักษ์ ผ่านกิจกรรมที่เด็กรุ่นใหม่สามารถมีส่วนร่วมว่า
"เมื่อเด็กฝึกฝนแล้ว จะทำให้เขารับเรื่องราวความรู้อันเป็นมรดกของชุมชน เมื่อโตขึ้นเด็กๆ ก็จะได้สืบสานวัฒนธรรมที่เราสอนไปให้ ให้คงอยู่กับตัวของพวกเขาและชุมชนไปนานๆ"
วิถีชีวิตวัฒนธรรมอันมี ค่าของผู้คนแต่ละท้องถิ่นจะยังคงอยู่หรือสูญหาย ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับผู้คนและคนรุ่นใหม่ในชุมชนว่า พวกเขาภูมิใจ เห็นคุณค่า และอยากสืบทอดสานต่อจากบรรพบุรุษมากน้อยแค่ไหน
ตามเด็กๆ ไทยวนรุ่นใหม่ สืบสานศาสตร์และศิลป์ มรดกทางวัฒนธรรมไทยวน ในรายการทุ่งแสงตะวัน ตอน สืบสานไท-ยวน เช้าวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม เวลา 06.25 น. ทางช่อง 3 www.payai. com
หน้า 24
