เทศกาลหนังสือเด็กกับสภาวะรัดเข็มขัด (19ก.ค.51)
มติชน วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11088
แว่วเสียงป๋องแป๋งที่เคยคุ้นชินสมัยเด็กๆ สอดประสานท่วงทำนองสูงต่ำลอยมาแต่ไกล ไม่แปลกใจเลย ถ้าได้ยินเสียงที่ว่า ขณะที่กำลังเดินอยู่สบายอารมณ์ในงานวัดสนุกๆ แถวต่างจังหวัด
แต่ที่ต้องหันขวับไปมอง ก็เพราะเจ้าป๋องแป๋งมาส่งเสียงหยอกล้อ ขณะที่เรากำลังห่อตัวจากไอเย็นของแอร์คอนดิชั่นในตึกใหญ่กลางกรุง ท่ามกลางหนังสือหลากหลายที่รายล้อมรอบตัวใน เทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 6 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ ณ โซนซี 1 และโซนพลาซ่า ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ยิ่งกวาดตามองก็ยิ่งเห็นว่าของเล่นสมัยคุณปู่ทั้งหุ่นยนต์สังกะสี หุ่นไขลาน ป๋องแป๋ง รถไฟโบราณ ยิงตุ๊กตา และขนมหวานอร่อยๆ พาเหรดกันมาสังสรรค์กับหนังสือที่ช่วยแต่งแต้มจินตนาการ ตามคอนเซ็ปท์สวนสุข สนุกอ่าน ที่งานวัดจะมาปะทะหนังสือ
ซึ่งริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ซึ่งอีกตำแหน่งก็คือบอสใหญ่ของแปลนฟอร์คิดส์ อีกยักษ์ของแวดวงหนังสือเด็ก บอกมาว่า เห็นแล้วก็อย่างเลย เพราะที่เนรมิตพื้นที่ในงานครั้งนี้ให้กลายเป็นความสนุกในรูปแบบงานวัด ก็เพราะคิดว่าถ้าอยากจะให้เด็กได้สัมผัสกับหนังสือ ก็ควรจะหาแรงดึงดูดใจก่อน ซึ่งของเล่นและวิถีชีวิตที่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยสัมผัสนี่ล่ะ น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะละเลยหัวใจของงาน เพราะบนพื้นที่กว่า 14,495 ตารางเมตร และ 353 บู๊ธ จากสำนักพิมพ์ 162 รายยังคงอัดแน่นด้วยหนังสือสำหรับเด็กๆ เช่นเดิม ให้พ่อแม่จูงเจ้าตัวน้อยมาเลือกสรรกันอย่างสบายใจ โดยมีคอมมิค เฟสติวัล เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของกิจกรรม ที่ผู้ผลิตการ์ตูนชั้นนำ อาทิ วิบูลย์กิต สยามอินเตอร์คอมมิค จับมือกันเสนอกิจกรรมเวิร์กช็อป พลังลายเส้นการ์ตูน ที่นักเขียนการ์ตูนมืออาชีพจะมาแย้มเทคนิคเคล็ดลับปลายปากกาให้กับทุกคน ส่วนใครที่อยากจะลองทำหนังสือด้วยตัวเอง ต้องอย่าพลาดบุฟเฟ่ต์หนังสือ
เท่าที่สำรวจด้วยตา บู๊ธสำนักพิมพ์สำหรับเด็กก็ยังคงความคึกคักอยู่ไม่น้อย
แต่ช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ดแบบนี้ ก็แว่วข่าวมาว่าสำนักพิมพ์หลายเจ้าจำเป็นที่จะต้องชะลอการผลิต แถมยัง เจอมรสุมจากชั้นวางที่หดหายในร้านหนังสืออีกด้วย
ซึ่งริสรวลเองก็พยักหน้ายอมรับ ซึ่งถ้าจะให้ตนวิเคราะห์นั้นความอ่อนแอเริ่มมาตั้งแต่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อย เห็นความสำคัญของการอ่าน ประกอบกับยุคนี้ต้องรัดเข็มขัดกันเอวกิ่ว ทุกฝ่ายเลยเจอผลกระทบกันเต็มๆ
"หนังสือเด็กคนที่ซื้อคือพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ไม่เข้าใจว่าจำเป็น เขาก็ไม่ซื้อ ไปซื้อของเล่น เสื้อผ้าดีกว่า และคิดว่าไว้เป็นหน้าที่ของโรงเรียน แต่พอไปถึงโรงเรียนก็ต้องเร่งเรียน ก-ข โดยไม่ได้ส่งเสริมการอ่านมากนัก พอเข้าชั้นประถมยิ่งเรียนหนัก จนแทบไม่มีโอกาสได้เจอหนังสืออื่นๆ ที่เปิดโลกกว้างของจินตนาการ การผลักภาระระหว่างกันเป็นกระบวนการแบบนี้ เป็นจุดอ่อนที่สำคัญและกระทบกับสำนักพิมพ์สำหรับเด็กมาก ถึงตอนนี้หลายโรงเรียนจะเห็นความสำคัญและพยายามส่งเสริมการอ่านของเด็ก โดยให้งบฯซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดมากขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยช่วยเรื่องของการชะลอตัวในแวดวงหนังสือเด็กมากนัก เพราะจุดเริ่มต้นของเราอ่อนแอยิ่งประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี การเงินไม่แน่นอน รัฐบาลวุ่นวายกับปัญาหาของตัวเองจนละเลยวาระการอ่านแห่งชาติ ซึ่งถ้าทำสำเร็จจะเป็นผลดีกับประเทศมาก ทั้งหมดยิ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่"
หรือถ้าพ่อแม่ว่างพาไปร้านหนังสือ ริสรวลก็บอกว่า หาแทบไม่ค่อยเจอบนชั้นวางหนังสือที่มีอยู่เต็มร้าน
" ระบบธุรกิจหนังสือบ้านเราไม่ค่อยสมดุลกันระหว่างสำนักพิมพ์ สายส่ง ร้านหนังสือ บางที่ก็สวมหลายหัวโขนเป็นครบทั้ง 3 อย่าง เพราะงั้นจะหวังพึ่งร้านหนังสืออย่างเดียวคงไม่ได้ งานเทศกาลหนังสือเด็กนี้ล่ะ ที่จะทำให้ผู้อ่านมาพบกับผู้ผลิตโดยตรง แต่ที่สำคัญสำนักพิมพ์ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วย พยายามสร้างช่องทางการสื่อสารกับผู้อ่านของตัวเอง จะเป็นวิธีที่ได้ผลมาก"
น้ำมันใกล้จะแตะลิตรละ 50 บาทอยู่รอมร่อแล้ว วันหยุดนี้แทนที่จะแบกค่าน้ำมันขับรถไปต่างจังหวัด ลองเปลี่ยนไปชวนลูกมาเที่ยวงานวัดแบบแอร์เย็นฉ่ำพร้อมกับซื้อหนังสือดีๆ กันดีกว่า
ได้ทั้งรัดเข็มขัดกับสิ่งที่เสียไปแบบเปล่าประโยชน์ แล้วยังได้ต่อยอดจินตนาการให้เจ้าตัวน้อยด้วยไง
หน้า 24
