ป้องกัน-แก้ไข ไม่ให้ลูกเครียด! (22ก.ค.51)

ข้อมูลจาก ข่าวสด วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6445 ข่าวสดรายวัน

สถานการณ์ ความเครียดของเด็กในปัจจุบัน น.พ.จอม ชุมช่วย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ เผยว่า จากสถิติพบว่าเด็กชายมีอัตราความเครียดเกิดจากความวิตกกังวลมากกว่าหญิงใน กรณีที่เป็นเด็กเล็กๆ ก่อนวัยรุ่น

แต่หากเป็นเด็กที่เข้าสู่ช่วงวัย รุ่น พบว่าเด็กหญิงมีความเครียดมาจากโรคซึมเศร้าได้มากกว่า เพราะเป็นเรื่องฮอร์โมนทางเพศ ยิ่งช่วงที่มีประจำเดือน ผู้หญิงมักจะอารมณ์หงุดหงิด เครียดง่ายกว่าผู้ชาย หรืออาจวิตกเกี่ยวกับเรื่องสรีระกลัวว่าจะไม่สูง ไม่สวย อ้วน มีสิว เป็นต้น

จาก การวิจัยพบว่าร้อยละ 5-10 ของกลุ่มโรควิตกกังวลและซึมเศร้าที่เกิดจากความเครียดที่พบในเด็ก ส่วนมากพบเป็นความเครียดที่เข้าสู่ระดับกลางถึงขั้นรุนแรง แต่ถ้าเป็นความเครียดธรรมดาทั่วๆ ไปนั้นมีมากถึงร้อยละ 20-30 ทีเดียว

ความ เครียดของเด็กแบ่งออกเป็น 3 ระดับอาการ เริ่มจากระดับแรกเด็กอาจจะเครียด วิตกกังวล ไม่มีสมาธิ แต่ไม่กระทบกับผลการเรียนและความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง อาจเป็นเพียงความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ส่วนระดับสองจะรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงานและความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง และระดับสามถือว่าเป็นระดับที่รุนแรงที่สุด และมีผลกระทบอย่างมาก ทำให้เด็กไม่มีสมาธิ ผลการเรียนตกต่ำ ซึมเศร้า เหม่อลอย อยากตาย ร่างกายไม่มีกำลัง เนื่องจากระบบประสาททำงานผิดปกติ ฟังก์ชันของเด็กผิดปกติไปด้วย เช่น สมองไม่สมดุล เมื่อเจอความเครียด การทำงานของเซลล์ติดขัดทำให้การทำงานของสมองเปลี่ยนไป

จิตแพทย์ เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีเด็กเป็นโรคเครียดมากขึ้น สาเหตุหลักๆ มาจากปัญหาในครอบครัว บางครั้งเด็กเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน กลัวว่าพ่อแม่จะแยกทางกันหรือกังวลว่าพ่อแม่จะเปลี่ยนไป หรือถูกตำหนิบ่อยๆ ทำให้เข้าใจว่าพ่อแม่ไม่รัก ไม่เห็นความสำคัญ นานเข้าเกิดความ วิตกวังวล สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ลูกเกิดภาวะความเครียดได้ หรือไม่ก็เกิดจากลักษณะการซึมซับความเครียดจากผู้ปกครอง เช่น เห็นพ่อเครียดเลยเครียดตามโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากความเป็นห่วง จนขจัดความคิดนี้ออกไปไม่ได้ หรือเกิดจากเด็กกดดันตัวเอง เห็นเพื่อนเก่ง คิดว่าตัวเองไม่เก่งไม่มีความสามารถเลยเครียด

ส่วนปัจจัยที่โรงเรียน ก็มีส่วนทำให้เด็กเครียดคือ ครูสั่งการบ้านเยอะในแต่ละรายวิชา เพราะถ้าในแต่ละวันครูสั่งการบ้านมากถึง 5 รายวิชา เด็กใช้เวลาหมดไปกับการทำการบ้านโดยไม่ได้ผ่อนคลาย

บางครอบครัวเช็ก เวลาทำการบ้านเด็กพบว่าใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ทำให้เด็กไม่มีเวลาพักเนื่องจากเรียนมาทั้งวันแล้ว หรือไม่ก็เกิดจากปัจจัยจากการที่ถูกครูตำหนิ ไม่ยอมพูดคุยด้วย รวมไปถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนในโรงเรียน เช่น เมื่อก่อนเคยคบกัน เดินด้วยกัน แต่เพื่อนเปลี่ยนไปไม่ยอมคบด้วย หรือโดนเพื่อนแกล้ง ล้อเลียน ก็มีส่วนทำให้เด็กเครียดได้ ส่งผลทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องการเรียน ไม่มีสมาธิ ทำให้ผลการเรียนตก

หรือ ปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนในห้องเรียน ซึ่งเด็กไม่อาจหาทางออกได้ บางรายอาจมีอาการทางร่างกายร่วมด้วย เช่น ปวดหัว ปวดท้อง นอนไม่หลับ คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้นาน ควรรีบไปพบจิตแพทย์โดยด่วน

น.พ.จอม แนะวิธีป้องกันและแก้ไขเพื่อไม่ให้เด็กเครียด เริ่มจาก

1. พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของลูกอยู่เสมอ เพราะเบื้องต้นพ่อแม่สามารถช่วยเหลือลูกได้ ด้วยการเข้าไปพูดคุยรับฟังความคิดเห็นจากลูกและเข้าใจลูก เขาจะรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจเขามากขึ้น

2.ไม่ควรกดดันลูกในเรื่องการ เรียน อย่าคาดหวังเกินไป เพราะทำให้เด็กเครียดได้ เช่น ถ้าเด็กเรียนไม่ค่อยเก่ง แล้วพ่อแม่คาดหวังสูงอาจทำให้เด็กกดดันและเครียดได้ หรือถ้าเด็กเป็นคนที่อ่อนไหวต่อความรู้สึก ถึงแม้พ่อแม่จะไม่กดดันคาดหวัง แต่เด็กจะเครียดเองเพราะสร้างความกดดันให้กับตัวเอง โดยที่ตั้งเป้าเอาไว้ต้องทำให้ได้ หรือเกิดการเปรียบเทียบและแข่งกับเพื่อน เพราะฉะนั้นสถานการณ์เดียวกันเด็กบางคนอาจเครียดและไม่เครียดขึ้นอยู่กับ ปัจจัยของเด็ก

3.ไม่ควรดุ ตำหนิ หรือตีเด็ก เพราะจะทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวเอง และเข้าใจว่าพ่อแม่ไม่รัก เด็กจะต่อต้านจนบางครั้งเลียนแบบนำวิธีที่พ่อแม่ปฏิบัติไปใช้กับเพื่อนที่ โรงเรียน ทางที่ดีพ่อแม่ควรมีสติใช้เหตุผลให้มากซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนั้น ควรเลือกที่จะเพิกเฉยต่อเด็กอย่างสมเหตุสมผล เพราะบางอย่างเด็กอาจต้องการให้พ่อแม่สนใจและเข้าใจ

4.ควรเข้าใจลูก ให้มาก
มีเวลาอยู่กับลูก ทำกิจกรรม เล่นกับลูก จะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายแนบแน่น ถ้าลูกอยู่ในวัยประถมอาจเล่นสนุกกับลูก ชมเชยและมีเวลาให้สม่ำเสมอ เมื่อลูกโตเข้าสู่วัยรุ่นอาจเป็นเพื่อนคุย ที่ปรึกษา จะทำให้ลูกเล่าหรือระบายความในใจออกมาได้ เด็กก็จะไม่เครียด

สนใจเรื่องภาวะความเครียดของเด็ก วิธีสังเกตอาการ และวิธีปฏิบัติสำหรับเด็กเครียด ฟังบรรยายได้ในหัวข้อ "เด็กก็เครียดเป็น" ...จะทำอย่างไรเมื่อลูกเครียด โดยจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็กและวัยรุ่น อย่าง น.พ.จอม ชุมช่วย พ.ญ.เพียงทิพย์ พรหมพันธุ์ และพ.ญ.พัชรี พรรณพานิช ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ เวลา 08.30-12.00 น. ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลมนารมย์ สอบถามโทร. 0-2725-9595, 0-2399-2822

หน้า 25