รังสรรค์ผลงาน “ศิลปะ” สร้างความก้าวหน้าให้เยาวชน (23ก.ค.51)

ข้อมูลจาก คมชัดลึก วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เป็นปีที่ 12 แล้วกับการจัดค่ายอาร์ท ฟอร์ ออล เพื่อนำเด็ก เยาวชน ทั้งผู้พิการและปกติ ร่วมเรียนรู้ผลงานทางศิลปะเพื่อกระตุ้นพัฒนาการ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และที่สำคัญเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เยาวชนผู้พิการมีแรงบันดาลใจที่จะอยู่ใน สังคมอย่างมีความสุข โดยปีนี้จัดขึ้นรวมทั้งสิ้น 5 วัน 4 คืน ที่อาราญาน่า ภูพิมาน รีสอร์ท

  โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จะเสด็จไปยังค่ายอาร์ท ฟอร์ ออล นี้ด้วยเพื่อประทานกำลังใจให้กับเยาวชนทุกคนที่มาเข้าค่าย โดยปีนี้ถือเป็นปีที่ 7 แล้วที่ทรงเป็นวิทยากรแนะนำเยาวชนในการเรียนรู้เรื่องของศิลปะ

 ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์
คณบดี คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะหัวหน้าศูนย์ศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ หรืออาร์ท ฟอร์ ออล กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นการฉลองครบ 25 ปี การสถาปนาคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การจัดค่ายอาร์ท ฟอร์ ออล ครั้งนี้ จึงกำหนดกิจกรรมพิเศษขึ้นภายใต้หัวข้อ อาร์ท ฟอร์ ออล : สะพานสู่สันติภาพ ด้วยก็รู้กันว่าตอนนี้สภาพบ้านเมืองออกจะวุ่นวายบ้าง จึงอยากให้ทุกคนหันมามองว่างานศิลปะก็เป็นหนึ่งทางออกที่จะสามารถสร้าง สันติภาพ สร้างสันติสุขให้กับสังคมได้เช่นกัน

 “ศิลปะ ก็เป็นภาษาหนึ่งที่ถ่ายทอดความรู้สึกของเจ้าของผลงานได้ออกมาอย่างดี ซึ่งในค่ายนี้เราก็เน้นให้ทุกคนมารวมกันรังสรรค์ผลงานขึ้นมา เพราะเด็กๆ ที่มาค่ายก็มีความแตกต่างกันออกไป ทั้งมีพิการทางหู ตา สมอง และการเคลื่อนไหว รวมทั้งเด็กปกติ เราจึงจับเด็กทั้งหมดนี้มาอยู่ด้วยกัน เพื่อที่จะได้ช่วยกันในทุกๆ เรื่อง และเด็กทุกคนก็ช่วยกันได้อย่างดีด้วย

“และที่พิเศษอีกอย่างปีนี้เรามีเด็กๆ จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาร่วมค่ายด้วย ทั้งมาเป็นอาสาสมัครดูแลน้องๆ ที่พิการ และทั้งมาร่วมกลุ่มกับเด็กๆ จากทั่วประเทศ และจากที่เห็นเด็กกลุ่มนี้มีความอดทน มีวินัยอย่างสูง และนี่เองที่จะทำให้เด็กๆ ที่ร่วมอยู่กลุ่มเดียวกันได้เรียนรู้และซึมซับนำไปปฏิบัติต่อไป ที่สำคัญการออกค่ายรวมกันครั้งนี้ยังเป็นการแบ่งปันให้เด็กทุกคนรู้ว่า อย่าคิดว่าตัวเองโชคร้ายที่สุด แต่เมื่อมารวมกลุ่ม เขาเจอกับเพื่อนที่ไม่มีแขนขา หรือสมองพิการ นั่นก็จะเป็นการสอนพวกเขาว่า ยังมีคนอีกมากมายที่แย่กว่าเรา แล้วเขาก็จะได้กำลังใจ ได้พลังในการต่อสู้และยืดหยัดในสังคมต่อไปได้อย่างดี” หัวหน้าศูนย์ อาร์ท ฟอร์ ออล แจง

 ด้าน ดร.สุชาติ วงศ์ทอง หนึ่งในวิทยากรสอนศิลปะการวาดภาพสีน้ำให้กับเด็กๆ กล่าวว่า การสอนเด็กๆ ที่มีความพิการให้เรียนรู้เรื่องของศิลปะไม่ใช่เรื่องยาก เพราะค่ายนี้สอนให้ทุกคนช่วยกัน คนตาดีก็ช่วยคนตาบอดหยิบอุปกรณ์ต่างๆ คนพิการทางหู ซึ่งมองเห็นก็อาจจะช่วยจับพู่กันวาดรูปให้ตามคำบอกกล่าวคนมือพิการ ทุกคนมีส่วนช่วยเหลือกัน

 

“การทำงานร่วมกันทำให้เด็กๆ เกิดการเรียนรู้ เราไม่ได้สอนว่าเด็กๆ ต้องวาดรูปให้สวย แต่เราต้องการรู้จินตนาการของเด็กๆ ทุกคน เราอยากจะบอกว่าศิลปะนั้นเป็นวิธีที่ทำให้เกิดความสงบสุข เห็นได้จากหน้าตาของเด็กๆ ที่แม้จะพิการแต่เขาจะมีความสุขที่ได้อยู่และร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ที่แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็รวมใจกันสร้างสรรค์ผลงานของพวกเขาออกมาได้อย่างดี นี้เองที่ส่งผลให้รู้ว่างานศิลปะมีคุณค่าต่อทุกคนๆ” ดร.สุชาติ บอกถึงผลดี

ในขณะที่ ด.ญ.ยุ้ย แสงงาม วัย 14 ปี มาจากจังหวัดนนทบุรี ผู้มีความพิการทางด้านแขนและขามาตั้งแต่กำเนิด กล่าวว่า มาเข้าค่ายเป็นครั้งแรก มีความสุข ได้เจอเพื่อนเยอะบางคนมองไม่เห็นตาบอด แต่ตัวเธอมองเห็นก็รู้สึกดีกว่าเพื่อนอีก วันนี้ก็มีโอกาสได้วาดรูปโดยมีพี่ๆ ที่เป็นอาสาสมัครคอยช่วยแนะนำ แล้วก็ช่วยกันกับเพื่อนๆ วาดได้  2 รูป โดยเธอใช้นิ้วมือวาด ภาพแรกเป็นรูปต้นไม้ และอีกภาพเป็นภาพคนที่วาดหลายคนเลย เพราะเห็นในค่ายนี้มีคนเยอะนั่นเอง

 อย่างไรก็ตามค่ายอาร์ท ฟอร์ ออล ปีที่ 12 นี้ มีเยาวชนพิการและไม่พิการจากทั่วประเทศ เยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดน 3 จังหวัดภาคใต้ วิทยากร คณะทำงาน อาสาสมัคร ครู อาจารย์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศรวม 600 คนทีเดียว

 ซึ่งภาพของการผสมผสานเยาวชนในทั่วประเทศนี้เอง ก่อให้เกิดความสมานฉันท์ที่จะนำพาสันติภาพเพื่อทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข