งานศิลป์สานฝัน สร้างสรรค์ธุรกิจ (26ส.ค.51)

งานศิลป์สานฝัน สร้างสรรค์ธุรกิจ
Khaosod 26.08.2008 03:54

ด้วย แนวคิดที่ต้องการให้เยาวชนมีโอกาสคิด ฝัน และทำตามฝันนั้น เพื่อให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น รู้จักวิเคราะห์ สังเคราะห์ด้วยเหตุผล เรียนรู้จากการทดลองปฏิบัติ แม้จะผิดบ้างถูกบ้าง แต่ก็ได้ลงมือทำด้วยตนเอง
ในโอกาสครบรอบ 100 ปี มูลนิธิตาเฮอร์สยามวาลาเพื่อการศึกษา บริษัท ดีเอชเอ สยามวาลา จำกัด ผู้สนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ และได้รับรางวัลเอกลักษณ์ของชาติ สาขาพัฒนาสังคมดีเด่น จากสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ในปี 2550 จัดงาน "สัมฤทธิผลของโครงการเรียนรู้...จากน้ำใจ ดีเอชเอ สยามวาลา" เมื่อไม่นานนี้ โดยมีตัวอย่างโรงเรียนที่ได้รับ การสนับสนุนโครงการร่วมนำเสนอผลงานที่เซ็นทารา แกรนด์

โรงเรียนวัด บ้านใหม่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ที่มีครูกัลยา แดงขำ เป็นผู้จัดทำโครงการพัฒนาการ เรียนรู้แบบบูรณาการถาวร คณิต ศิลปะ สู่งานอาชีพธุรกิจโอ่งผ้าไทย ในชั้น ม.1-ม.3 โดยให้นักเรียนชั้น ม.1 เรียนโอ่งผ้าไทย ม.2 เรียนบรรจุภัณฑ์ ม.3 เรียนธุรกิจจำลอง

ครูกัลยา บอกว่า ทั้งหมดจะเป็นการวางแนวคิดให้เด็ก ไม่ว่าต่อไปจะทำอาชีพใดก็ตามเด็กจะมีพื้นฐานที่ดี ส่วนที่ใช้โอ่งเป็นสื่อในการเรียนนั้น เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ของทางจังหวัดที่หาได้ไม่ยาก ลายผ้าที่ใช้เป็นลายวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการสืบสานวัฒนธรรมของจังหวัดไม่ให้สูญหายไป และเป็น การเสริมรายได้ให้ชุมชน


น้องแอม ด.ญ.สุดธิดา จันทร์เหม ชั้น ม.2 อายุ 14 ปี
หนึ่งในเจ้าของผลิตภัณฑ์มากกว่า 10 ชิ้น บอกว่าเริ่มทำโอ่งผ้า ไทยตั้งแต่ตอนอยู่ชั้น ม.1 นอกจากจะ ทำในโรงเรียนแล้วยังเอางานกลับไปทำ ที่บ้านด้วย เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

"ตอนแรกที่เริ่มทำ รู้สึกว่ายากในการนำผ้ามาติดกับโอ่ง ต้องใช้สมาธิและฝึกให้ใจเย็นๆ เมื่อทำหลายๆ ครั้ง ผลงานก็พัฒนาขึ้น นำไปขาย มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 400-500 บาท เป็นทุนการศึกษาให้กับตัวเอง"

ถึงวันนี้น้องแอมเป็นที่ไว้ใจของครูในการทำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย และสามารถบอกต่อเพื่อนๆ และคนรอบข้างในการทำผลิตภัณฑ์โอ่งผ้าไทยต่อไป


 มุม ถัดมากลุ่มนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี กำลังขะมัก เขม้นลงสีน้ำตุ๊กตาดินเหนียวปั้น ในโครงการปลายพู่กันสร้างสรรค์ประสบการณ์ ครูกาญจนา บุญประ เสริฐ บอกว่า ไม่ต้องการให้ยึดเป็นอาชีพ แต่อยากให้เป็นประสบการณ์ ช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลาย ฝึกสมาธิและใช้ความนิ่ง เริ่มจากการนวดดินจนกว่าจะเหนียว พักเอาไว้เพื่อเตรียมปั้นขึ้นรูป เมื่อปั้นเสร็จจะต้องทิ้งไว้ ให้แห้ง ห้ามตากแดด นำเข้าเตาเผาโบราณที่มีอยู่ใน จ.ราชบุรี หากใครต้องการสีสันก็นำมาลงสีได้ตามใจชอบ

น้อง เฌอ นาย ฌ. กะเฌอ มณีเทพ อายุ 17 ปี ชั้น ม.6 บอกว่า เรียนมาตั้งแต่ชั้น ม.4 เคยมีโอกาสออกงานโชว์ในนิทรรศการของนักเรียน และมีผู้มาติดต่อขอซื้อสินค้าจนหมด ปัจจุบันสามารถปั้นได้ตามแบบที่ลูกค้าสั่ง ส่วนใหญ่จะปั้นกบ หมู ช้าง เจ้าเงาะ และคน คนที่สนใจปั้นดินเหนียวจะต้องเริ่มจากการปั้นในสิ่งที่เราถนัด อย่างง่ายๆ ไม่มีลวดลายมาก

ด้าน น้องแม็ก นายอัครเดช ฟักอ่อน อายุ 17 ปี ชั้น ม.6 ที่เพิ่งเข้ามาเรียนปั้นดินเหนียวในเทอมนี้ บอกว่าที่เพิ่งมาเรียนเพราะเรียนสายวิทย์ เรียนหนัก จึงไม่ค่อยมีเวลา แต่เมื่อเข้ามาเรียนเป็นเหมือนศิลปะบำบัดที่ช่วยผ่อนคลาย เพราะสามารถทำตามใจที่เราชอบได้

"ทางโครงการให้นักเรียนเดินทางไป โรงงานผลิตโอ่งในวันเสาร์ อาทิตย์ เพื่อได้เห็นโรงปั้น และเตาเผาของจริงที่อยู่ใน จ.ราชบุรี โดยตัวเองเริ่มปั้นหมูเพราะรู้สึกว่าง่ายและถนัด อยากให้เพื่อนๆ ที่เรียนหนักหาเวลาว่างมาเรียนรู้ศิลปะ ถึงแม้จะไม่ถนัด แต่ช่วยในเรื่องของจิตใจ" น้องแม็กบอก

อีกหนึ่งแนวทางในโครงการ เพาะต้นกล้าแห่งความดี สู่สังคมพอเพียง ของโรงเรียนบัวปากท่าวิทยา อ.บางเลน จ.นครปฐม ที่มี น้องเบส นายนฤเมศร ปุณณะการี ชั้น ม.6 อายุ 17 ปี คอยแนะนำโครงการ บอกว่าโครงการจะเน้นให้ฝึกสมอง ใช้ทักษะและการวิเคราะห์จากการเล่นเกมต่างๆ เช่น การต่อรูปทรงเรขาคณิต รูบิก หมากรุก เป็นต้น โดยทางโรงเรียนจัดเป็นศูนย์นักคิด ให้นัก เรียนเข้ามาเรียนรู้

"เกมจะช่วยสร้างรอยหยักในสมอง ด้วยการนำเกมไปใส่ในกิจกรรมค่ายต่างๆ สร้างความสนุก แปลกใหม่ ช่วยฝึกคิดและการวางแผน สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น"