เปิดใจ 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ฟิสิกส์โอลิมปิกวิชาการที่เวียดนาม (27ส.ค.51)
วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6481 ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ ไอคิวทะลุฟ้า
(1) วิศรุต ปิ่นรอด (2) คามิน ศิริวัฒน์เวชกุล
การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 20-29 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ผลปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยทำได้ 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน จากประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน 82 ประเทศ เยาวชนทั้งหมด 376 คน โดยครั้งนี้ถือว่าได้รับรางวัลดีที่ สุดเท่าที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันเป็นต้นมา
3 เหรียญทองได้จาก นายพลณพ สมุทรประภูติ นายณภัทร ภู่วุฒิกุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และ นายกวิน สุรกิจบวร โรงเรียนเตรียมอุดม ศึกษาพัฒนาการ ส่วนเหรียญเงิน จาก นายวิศรุต ปิ่นรอด และ นายคามิน ศิริวัฒน์เวชกุล โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
นายพลณพ สมุทรประภูติ เผยว่า ข้อสอบที่ทำได้คือข้อสอบเกี่ยวกับอนุภาค เป็นอนุภาคที่เร็วกว่าแสง ผมโชคดีที่ทำข้อย่อยข้อหนึ่งได้จนจบ จึงได้คะแนนในส่วนนี้ การเตรียมตัวต้องเข้าค่ายนาน 2 เดือน ถ้าเทียบกับประเทศอื่นก็ถือว่าเยอะ ผมเตรียมตัวโดยทบทวนเรื่องที่ยังไม่รู้ทั้งหมด หาจุดอ่อนของตัวเองว่าคืออะไร แล้วเปลี่ยนเป็นจุดแข็งให้ได้ อนาคตอยากเป็นอาจารย์ที่ทำวิจัยด้วย อยาก คิดอะไรใหม่ๆ ให้ประเทศ
นายณภัทร ภู่วุฒิกุล เล่าว่า ข้อสอบที่ผมทำคะแนนได้ดีคือภาคปฏิบัติ โดยมีข้อสอบ 2 ตอน ตอนแรกคือหาอุณหภูมิที่ทำให้กลายเป็นของแข็ง อีกข้อหนึ่งคือหาประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ ข้อสอบทฤษฎีปีนี้ยากมาก พวกผมทำไม่ค่อยได้ ทฤษฎีมี 3 ข้อ ทำได้ข้อกว่าๆ แต่ว่าประเทศอื่นก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ก็เลยได้เหรียญทอง คะแนนภาคปฏิบัติจากคะแนนเต็ม 20 คะแนน เด็กไทยเราคนที่ได้น้อยสุดก็ 17 คะแนน
"ผมรับทุนโอลิมปิกไปเรียนต่อฟิสิกส์ที่อังกฤษครับ การแข่งครั้งนี้เรามีโอกาสเจอเพื่อนใหม่ๆ เยอะ รู้จักคนเก่งๆ บางประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน ซึ่งได้ 5 เหรียญทองครบ"
นายกวิน สุรกิจบวร เล่าว่า การแข่งขันปีที่ผ่านมาผมได้เหรียญเงิน ปีนี้ไม่มั่นใจว่าจะได้เหรียญทองไหม พอรู้ว่าได้เหรียญทองสิ่งที่กดดันไว้ก็หายไปหมด โล่ง การ เตรียมตัวก่อนหน้านี้เข้าค่ายประ มาณ 2 เดือน ทุ่มเวลาให้กับการอ่าน ทำโจทย์ ทำแล็บเต็มที่ สิ่งที่ผมทำอยู่ก็ไม่กดดันเพราะเป็นสิ่ง ที่รักอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะไปกดดันตัวเองเรื่องเหรียญ เรื่องคะแนนหรือเปล่า ถ้าเราไม่กดดันตัวเองก็ไม่เครียด ข้อสอบที่ทำได้ดีที่สุดคือภาคปฏิบัติการ ประเทศเราเตรียมตัวมานานพอสมควรเรื่องการปฏิบัติการ คะแนนส่วนภาคปฏิบัติการของประเทศเราอยู่ในระดับต้นๆ ของการแข่งขันครั้งนี้ ข้อสอบเป็นสไตล์ที่พวกเราฝึกมาอยู่แล้วทุกวัน

(3) พลณพ สมุทรประภูติ (4) ณภัทร ภู่วุฒิกุล (5) กวิน สุรกิจบวร
" สิ่งที่ทำให้ผมได้เหรียญทองคือไม่ท้อแท้ เรามีเวลาทำข้อสอบ 5 ชั่วโมง ถ้าเรารู้สึกว่าทำไม่ได้ตั้งแต่ช่วงต้นๆ แล้วยอมแพ้ เวลาที่เหลือทั้งหมดก็สูญเสียไป ถ้าเราฮึดสู้ขึ้นมาเราก็ทำได้จนสำเร็จ ได้ใช้เวลาให้คุ้มค่า ได้ใช้ความรู้ที่เรามี"
นายวิศรุต ปิ่นรอด กล่าวว่า ข้อสอบยากมาก ทีมไทยพลาดทฤษฎีกันมาก แต่ถ้าเป็นปฏิบัติคะแนนของทีมไทยพุ่งกระฉูด พอทราบผลก็ดีใจที่ได้เหรียญ หลังสอบทฤษฎีคะแนนออกมาน้อยมาก พอผลสอบภาคปฏิบัติออกมาคะแนนก็ช่วยทำให้ได้เหรียญในที่สุด ผมทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ หวังทองแดง ไว้แต่ได้เหรียญเงิน
ปีนี้อาจารย์เปลี่ยนวิธีการสอนปฏิบัติการโดยเอาเครื่องมือมาให้ทดลองจริงๆ และลองทำข้อสอบเก่าเยอะ ย้อนหลังหลายปีมาก การแข่งโอลิมปิกวิชาการจะช่วยกระตุ้นให้คนหันมาสนใจด้านนี้มากขึ้น มูลนิธิ สอวน.ร่วมกับมหาวิทยาลัยจัดอบรมโอลิมปิกวิชาการในวงกว้างประมาณ 5 พันคน ต่อปี
นายคามิน ศิริวัฒน์เวชกุล เล่าว่า ผมทำได้ดีในส่วนภาคปฏิบัติ เพราะอาจารย์สุวรรณ คูสำราญ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม บอกว่าเราควรแก้ไขปรับปรุงตรงไหน นอกจากให้เราทำโดยการตั้งแล็บเป็นส่วนๆ และให้เราลงมือทำด้วยตัวเองแล้ว อาจารย์ได้ตรวจแล็บทั้งหมดอย่างละเอียด บรรยากาศการแข่งขันโดยรวมก็สบายๆ
"ผมจะรับทุนโอลิมปิกวิชาการไป เรียนฟิสิกส์ต่อครับ แต่ละปีคนที่ได้เรียนฟิสิกส์ในค่ายโอลิมปิกมีน้อยคน แต่คนส่วนใหญ่ยังเรียนฟิสิกส์ ไม่ค่อยเข้าใจ น่าจะพัฒนาการศึกษาฟิสิกส์ให้แก่เยาวชนส่วนใหญ่ควบคู่ไปด้วย"
หน้า 24
