สืบศิลป์แดนใต้ นายหนังตะลุง (28ส.ค.51)
วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6482 ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ สดจากเยาวชน
นุชจรี แรกรุ่น
มือน้อยๆ ค่อยๆ ตอกหนัง แกะลาย ลงสี ออกมาเป็นตัวพระ ตัวนาง ฤๅษี เท่ง ไข่นุ้ย และเพื่อนๆ
วันนี้บ้านนายหนังสุชาติ ในอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช คึกคักคลาคล่ำไปด้วยเยาวชนกว่า 30 คน
โจ๋ เมืองคอนวัยมัธยมจากหลายโรงเรียน เดินทางมาเรียนรู้เอกลักษณ์งานศิลป์แดนใต้ ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสืบสานและถ่ายทอดภูมิปัญญาหนังตะลุง จัดโดยกระทรวงวัฒนธรรม ที่พิพิธภัณฑ์บ้านหนังสุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน) ประจำปี 2549
หนังตะลุงเป็นมหรสพที่มีลีลาลักษณะการเล่นและดนตรีที่มีท่วงทำนองแปลกไปจากมหรสพ อื่นๆ ของไทย เป็นการละเล่นพื้นบ้านภาคใต้และเล่นสืบมาหลายชั่วอายุคนจนถือได้ว่าเป็น เอกลักษณ์ของชาวใต้ เป็นศิลปะที่ผสมผสานศิลปะพื้นบ้านหลายแขนง ตั้งแต่การสร้างรูปแบบของตัวหนัง บทพากย์ บทเจรจา ดนตรี และศิลปะการเชิด สะท้อนวัฒนธรรมและแนวคิดของผู้คนในท้องถิ่น
ศิลปะการเล่นเงาชนิดนี้ พัฒนามาจากละครเงา วัฒนธรรมเก่าแก่ของม
วลมนุษยชาติ เดิมหนังตะลุงเป็นเรื่องของพราหมณ์ เล่นในลานเตียนโล่ง ไม่ยกโรงไม้ขึงจออย่างในปัจจุบัน เล่นทั้งกลางวันกลางคืน
ต่อมาจึงมีการปลูกยกโรง ใช้ผ้าขาวเป็นจอสำหรับเชิดรูป ผู้ดูก็ดูเงาของรูป ซึ่งเกิดจากไฟส่องด้านหลังและฟังคำพากย์ ไม่ต้องดูลีลาการเชิดของผู้เชิด
เดิมหนังตะลุงนิยมเล่นในงานสมโภชหรืองานเฉลิมฉลองต่างๆ ปัจจุบันนิยมเล่นในงานรื่นเริง มีการประชันขันแข่งกัน
เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการต่างฝึกฝนหมุนเวียนเรียนรู้พื้นฐานภูมิปัญญาหนังตะลุงที่แบ่งออกเป็น 4 ฐาน ทั้งการทำหนังและเชิดหนังตะลุง
" หนูชอบและสนใจเรื่องหนังตะลุงมานานแล้ว สมัยเด็กๆ พ่อเคยพาไปนั่งดูหนังตะลุงบ่อยๆ ค่ะ" เสียงใสๆ หวนรำลึกถึงเมื่อครั้งวัยเยาว์ของ ด.ญ.ขนิษฐา เพชรรัตน์ นักเรียนโรงเรียนท่านครญาณวโรภาสอุทิศ
น้องขนิษฐา กล่าวต่อว่า เมื่อโตขึ้นหาดูหนังตะลุงได้ยากขึ้น เมื่อก่อนมีงานอะไรตามหมู่บ้านเขาก็จะจัดแสดงหนังตะลุง แต่ตอนนี้หนังตะลุงเริ่มหาดูยากมากขึ้น ทางโรงเรียนได้เปิดวิชาหนังตะลุงและมโนราห์เป็นวิชาเลือก หนูและเพื่อนๆ กลุ่มหนึ่งจึงสมัครเข้าเรียนวิชานี้กับ อาจารย์นงณภัทร ธาระปรีชากุล อาจารย์จะเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านหนังตะลุงและมโนราห์เข้ามาให้ความรู้ กับเด็กๆ
ด. ญ.สร้อยฟ้า กล่าวว่า หนูเลือกเรียนวิชานี้เพราะคิดว่าหนังตะลุงเป็นศิลปะประจำภาคที่มีเสน่ห์น่า สนใจ หากวันนี้ศิลปะของภาคใต้อย่างหนังตะลุงจะต้องหายสาบสูญไปก็น่าเสียดาย เพราะคนที่จะเล่นหนังตะลุงได้นั้นต้องมีความสามารถจริงๆ
"อยากเรียกร้องให้เพื่อนๆ เยาวชนคนใต้หันมาสนใจและร่วมกันอนุรักษ์หนังตะลุงให้มากขึ้น" น้องสร้อยฟ้ากล่าว
ด้านอาจารย์นงณภัทร ธาระปรีชากุล อาจารย์ผู้เปิดสอนวิชาหนังตะลุงและมโนราห์ กล่าวว่า ที่จัดสอนวิชาเลือกนี้ขึ้นในโรงเรียน เพราะส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบหนังตะลุงและมโนราห์ เมื่อชอบแล้วก็กลัวว่าสิ่งเหล่านี้จะหายไป เพราะเคยพูดคุยกับลูกศิษย์ ส่วนใหญ่เขามักจะพูดถึงหนังตะลุงว่าเชย จึงเป็นห่วงมาก จึงตัดสินใจเปิดวิชาเลือกนี้ขึ้นมาและชักชวนเด็กๆ มาเรียน
"เปิดมา แล้ว 4-5 ปีแล้ว จะมีเด็กมาเรียนปีละประมาณ 20 คน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาเข้าค่ายเรียนรู้นอกสถานที่ เด็กๆ ตื่นตัวกันมาก" อาจารย์นงณภัทรกล่าว
นายวาที ทรัพย์สิน อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ลูกชายนายหนังสุชาติ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการนี้กระทรวงวัฒนธรรมจัดสรรงบประมาณดำเนินการให้ เป็นโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เมื่ออบรมเสร็จจะมีการมอบประกาศนียบัตรให้เด็กๆ ด้วย นอกจากนี้ ยังมีการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 4 จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ (จ.ภ.) ให้คุณพ่อสุชาติ ทรัพย์สินด้วย
"ที่หลายคนเคยวิตกว่าหนังตะลุงจะสูญหายไปนั้น คิดว่าคงไม่ เพราะเยาวชนหลายกลุ่มในนครศรีธรรมราชสนใจและแจ้งความจำนงเข้ามาเรียนรู้รับ การถ่ายทอดภูมิปัญญาหนังตะลุงกันอย่างตั้งใจ"
หน้า 24
