ล้อมรั้วป้องภัย โลกไอทีในมือลูก (29ส.ค.51)
วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6483 ข่าวสดรายวัน

" สมัยเมื่อลูกยังเล็ก ไม่น่าห่วงเรื่องสื่อเท่าสมัยปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะสื่ออินเตอร์เน็ต เพราะเด็กวัยประถมก็แช็ตกัน โดยไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันและนัดกันไปทำอะไร เมื่อลูกโตขึ้นเป็นวัยรุ่นก็ยังสอนเขาในเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นภัยสำหรับเด็กในวัยนี้มาก เนื่องจากเป็นโลกที่เราไม่รู้จักตัวตนของใครจริงๆ ก็ต้องบอกลูกไว้ โดยตั้งเป็นกฎว่าห้ามบอกชื่อจริง ที่อยู่ เบอร์โทร. ถ้าจะไปพบก็พบได้ แต่ต้องบอกแม่ก่อน แม่จะพาไป"
นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของพ่อแม่ที่คิด ค้นวิธีเพื่อเตรียมพร้อมสู้รบกับเทคโนโลยี อย่าง คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และเกม ซึ่งนับวันจะเข้าใกล้ลูกทุกชั่วขณะ แถมลูกยังชักจูงเจ้าภัยร้ายและความรุนแรงเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนสนิทอีกด้วย นานวันเข้าลูกก็เริ่มมีนิสัยชื่นชอบความรุนแรง คบคนแปลกหน้า มีอะไรลับๆ ล่อๆ ไม่กล้าบอกพ่อแม่
พ่อแม่ผู้ปกครองบางคนอาจละเลยเรื่องการเล่น คอมพิวเตอร์ของเด็กๆ ด้วยเพราะไม่มีเวลาว่างดูแลลูก หรือคิดว่าให้เด็กๆ ได้ผ่อนคลายบ้าง หรือเพราะครอบครัวขาดกิจกรรมที่จะทำด้วยกันในวันหยุด จึงปล่อยให้เด็กๆ เล่นคอมพิวเตอร์แทน
แต่การเล่นคอมพิวเตอร์นั้นก่อ ให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับเด็กได้ร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ บางกรณี ผลที่ว่านั้นอาจยังไม่ปรากฏให้เห็นทันทีทันใด แต่จะสะสมและกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้
นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ให้ข้อเสนอแนะไว้ในหนังสือคู่มือดูแลลูกอย่างไรให้ปลอดภัย เกี่ยวกับแนวทางการให้ลูกเล่นคอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัยว่า
1.ควรจัดวางคอมพิวเตอร์ที่ลูกเล่นในจุดที่สมาชิกในบ้านมองเห็นได้ เพื่อจะได้ช่วยกันดูแลสอดส่องการใช้คอมพิวเตอร์ การใช้อินเตอร์เน็ต การเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรืออื่นๆ ถ้าเด็กๆ ใช้ไม่ถูกต้อง ขาดคำแนะนำจากผู้ใหญ่ จะทำให้เกิดการเรียนรู้ผิดๆ ได้ เช่น การใช้ความรุนแรงที่ได้มาจากเกม เนื้อหาเพลงหรือภาพที่กระตุ้นเร้าความรู้สึกทางเพศ
2.เด็กๆ ที่หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์มักขาดทักษะการจัดการปัญหาที่ถูกต้อง หรือการดูภาพยนตร์อาจทำให้เกิดพฤติกรรมบางอย่าง เช่น เลียนแบบผู้แสดงในละคร หนัง การแข่งขัน แย่งชิง การขโมย โดยใช้วิธีการโกง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อันตราย และถ้าบุคคลรอบตัวเด็กไม่เป็นต้นแบบที่ดี มีพฤติกรรมใกล้เคียงในละครหรือในภาพยนตร์แล้ว จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เด็กเกิดมีพฤติกรรมอันตรายที่ว่าได้ อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมกลับกัน การเล่นเกมหรือการใช้คอมพิวเตอร์ที่มีพ่อแม่ผู้ปกครองคอยดูแลให้คำแนะนำที่ ถูกต้องเหมาะสม จะช่วยเสริมพัฒนาการของเด็กได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ดังนั้น ให้ยึดคติที่ว่ามนุษย์สร้างเทคโนโลยีเพื่อรับใช้เรา ไม่ใช่ให้เราตกเป็นทาสของมัน
3. พ่อแม่ผู้ปกครองควรติดตั้งซอฟต์แวร์โปรแกรม(web guard) เพื่อป้องกันเด็กเข้าถึงเว็บ ไซต์ที่ไม่เหมาะสม การเลือกซื้อเกม เด็กวัยนี้เลือกได้ตามต้องการ โดยอยู่ในการให้คำแนะนำปรึกษาของพ่อแม่ พ่อแม่ควรพิจารณาเกมที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้งสติปัญญาและเกิดคุณค่าทางจิตใจ สำหรับภาพยนตร์ให้ดูเรื่องย่อก่อน ถ้าไม่แน่ใจควรนั่งดูด้วยกันกับเด็ก (หากเป็นภาพยนตร์ต่างประเทศมักจะมีรหัสระบุวัยของผู้ชมที่เหมาะสมและข้อควร ปฏิบัติสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง)
4.กำหนดและแบ่งเวลาให้เด็กเล่นคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับวัย เช่น เด็กวัย 6-12 ปี พอที่จะรับฟังและมีเหตุผลเพียงพอ จึงสามารถให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดเวลาได้ การเล่นคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กวัย 9-12 ปี ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน และพ่อแม่ผู้ปกครองต้องคอยกำกับให้เป็นไปตามข้อตกลง โดยอาจวางเงื่อนไขว่าต้องทำการบ้านหรือทำภารกิจในชีวิตประจำวันก่อน พร้อมทั้งกำหนดเวลาเข้านอน
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้ว พ่อแม่จะต้องคอยตรวจเฝ้าระวังสื่ออื่นๆ อีกด้วย แม้แต่การ์ตูนก็อาจเป็นภัยแก่เด็กๆ ได้เช่นกัน พ่อแม่ควรให้คำแนะนำชี้แนวทางและเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่ดูสื่อลามก หรือลุ่มหลงอบายมุขเสียเอง
6.ควรให้เวลาแก่ลูก ใช้เวลาคุยกับลูกอย่างใกล้ชิด เพื่อสอดแทรกทัศนคติที่ถูกต้อง หรือติดตามดูพฤติ กรรมของลูก จะเป็นวิธีที่ช่วย "ล้อมรั้ว" ป้องกันสื่อที่ไม่เหมาะสมหรือเป็นอันตรายแก่ลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอินเตอร์เน็ต เกม ภาพยนตร์ โทรทัศน์ โทรศัพท์ สิ่งพิมพ์ หรือหนังสือการ์ตูน เพราะสื่อต่างๆ เหล่านี้ อาจแฝงไปด้วยความรุนแรง ความวิปริตทางเพศ กลายเป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายอย่างให้แก่เด็กๆ ทั้งเรื่องการควบคุมอารมณ์ การตอบโต้ การดื่มสุรา การเที่ยวเตร่กลางคืน การใช้สารเสพติด การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เป็นต้น
7.ใกล้ชิดกับลูก พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับลูกโดยรับฟังอย่างสนใจและไม่จ้องจับผิดหรือ ตำหนิ เพื่อให้ลูกไว้วางใจว่าคุณเป็นคนที่เขาสามารถพูดคุยด้วยได้ทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของภัยสมัยใหม่จากการเล่นเกมคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์ เน็ต ควรตระหนักว่าเมื่อเด็กต้องการพูดคุยกับเราหมายถึงเขากำลังขอความช่วยเหลือ
โลก เทคโนโลยีในปัจจุบันถือว่าเป็นโลกของการเรียนรู้ที่นับว่าเกิดประโยชน์ต่อ เด็กมากหากเลือกใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม ดังนั้น หน้าที่ของพ่อแม่ คือ ควรแนะนำและดูแลลูกในการเสพสื่อเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ลูกตกเป็นทาสภัยมืดที่แฝงตัวมากับเทคโนโลยีเหล่านี้
สนใจ คู่มือดูแลลูกอย่างไรให้ปลอดภัย หรือปรึกษาปัญหาพฤติกรรมเด็ก ติดต่อ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร.0-2412-0738, 0-2412-9834 www.thaichild rights.org
หน้า 25
