ย่ามคู่กาย หัวใจไทยเบิ้ง (29ส.ค.51)
จำนวนคนอ่านล่าสุด 106 คน
วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6483 ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ สดจากเยาวชน
ภัทรภร ยอดนครจง

"ถ้าเห็นคนสะพายย่ามสีสดลวดลายเป็นเอกลักษณ์แบบนี้ให้รู้ไว้เลยว่าเขาคือคนไทยเบิ้ง"
คำนิยามนี้บ่งบอกเอกลักษณ์พิเศษของชาวไทยเบิ้งในพื้นที่บ้านโคกสลุง ตำบลโคกสลุง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
บ้าน โคกสลุง เป็นชุมชนเก่าของลพบุรี ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของลำน้ำป่าสัก ห่างจากสันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ขึ้นไปทางเหนือราว 14 กิโลเมตร ชุมชนแห่งนี้มีมาก่อนการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นับร้อยปี
ด้วยสำเนียงการพูดที่เหน่อและมักลงท้ายคำพูดว่า "เบิ้ง" "เหว่ย" หรือ "เด้อ" โดยเฉพาะคำว่า "เบิ้ง" จะเป็นคำที่ติดปากเสมอ ทำให้คนเมืองกลุ่มอื่นเรียกชุมชนนี้ว่า "ไทยเบิ้ง"
ชาวไทยเบิ้งที่ บ้านโคกสลุงยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอาไว้ เช่น ภาษา อาหารการกิน นามสกุล เพลงพื้นบ้าน
โดยเฉพาะการทอผ้า เมื่อเสร็จสิ้นจากฤดูการทำไร่ทำนา หรือในช่วงรอน้ำรอฝน หญิงชาวบ้านไม่ทิ้งเวลาไปเปล่าประโยชน์ ที่ใต้ถุนบ้านเกือบทุกหลังเราจะพบเห็นกี่โบราณเดินด้ายยืนสีสดยาวหลายเมตร คนรุ่นแม่รุ่นยายกำลังนั่งทอผ้า เสียงฟืมกระทบเนื้อผ้าดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง แสดงถึงความตั้งใจของผู้ทอ
การทอผ้าโดยใช้กี่โบราณแบบนี้มีมานานไม่ต่ำกว่า 150-200 ปีแล้ว ปัจจุบันยังพบเห็นได้อยู่ อาจมีบ้างที่กรรมวิธีการทอเปลี่ยนแปลงไป บางบ้านหันมาใช้กี่กระตุกแทนกี่โบราณซึ่งรวดเร็วและประหยัดเวลากว่า
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากงานทอของชาวบ้านโคกสลุง เน้นหนักไปที่ผ้าขาว (ผ้าขาวม้า) และถุงย่าม ทั้ง 2 สิ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่สิ่งที่เหมือนกันคือผ้าทอของโคกสลุงจะใช้ด้ายควบ 2 เส้น เพื่อความแน่นหนาและคงทน ลวดลายที่ปรากฏบนผืนผ้าเกิดจากการใช้สีต่างกันระหว่างด้ายพุ่งและด้ายยืน
สีสัน และลวดลายที่ปรากฏอยู่บนผืนผ้าทั้งบนผ้าขาวม้าและถุงย่ามล้วนเป็นที่ภูมิใจ ของลูกหลานชาวไทยเบิ้ง เช่นเดียวกับภาพของเด็กๆ ชาวไทยเบิ้งรุ่นใหม่ที่นิยมใช้ถุงย่ามไปโรงเรียนทุกวัน
น้องไก่ ด.ญ.จารุพร สลุงอยู่ วัย 10 ขวบ น้องกระแต ด.ญ.สุดารัตน์ สุวรรณมิตร วัย 11 ขวบ และน้องจิน ด.ญ.ณัฏฐา ราชวงษ์ วัย 12 ปี ทั้ง 3 คน ต่างใช้ย่ามใส่หนังสือไปโรงเรียน เด็กๆ บอกว่าที่โรงเรียนวัดโคกสลุงของพวกเธอ นักเรียนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์สะพายย่ามไปโรงเรียน ถุงย่ามใบใหญ่ภายในบรรจุหนังสือเรียนหลายเล่ม เด็กๆ สะพายไปโรงเรียนดูทะมัดทะแมง แถมสีสันหลากสีของถุงย่ามน่าใช้ เด็กๆ จึงสะพายย่ามสีสวยไปโรงเรียนทุกวันอย่างภาคภูมิใจ
เด็กๆ ทุกคนชอบใช้ย่ามรวมทั้งน้องไก่ด้วย "โรงเรียนอื่นใช้กระเป๋าหนังสือสีดำ แต่โรงเรียนเราใช้ย่ามหลากสี สวยงามกว่าค่ะ ถ้าไปที่อื่นแล้วเห็นคนใช้ย่ามลายนี้ก็รู้เลยว่าเป็นคนไทยเบิ้งค่ะ" เด็กหญิงเล่า
น้องกระแตเล่าเหตุผลและข้อดีของย่ามอเนกประสงค์ที่ทำ ให้คนโคกสลุงทุกคนเลือกใช้ว่า "คนโคกสลุงชอบใช้ย่ามกันค่ะ เพราะประหยัด สะดวก แต่ละบ้านทอใช้เอง เราใช้ย่ามเพื่อใส่ของ เวลานักเรียนไปโรงเรียนก็ใช้ย่ามใส่หนังสือ เวลาไปตลาดก็จะเอาของที่ซื้อแล้วใส่ย่ามแล้วสะพาย คนไปทำงานในไร่ในนาก็จะใช้ย่ามใส่กับข้าวและเครื่องมือสัมภาระสำคัญ ใช้ย่ามแบบนี้ดีมากๆ เลยค่ะ ถุงย่ามถ้าเปื้อนเราก็ซักได้ เนื้อผ้าหนาทนทาน ใช้แล้วช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกและอนุรักษ์ของใช้พื้นบ้านให้คงอยู่ค่ะ"
ในอดีตคนโคกสลุงนิยมใช้ฝ้าย นำมาย้อมสีธรรมชาติ เช่น สีดำจากลูกมะเกลือมาทอผ้า แต่ในปัจจุบันผ้าขาวม้าหรือถุงย่ามส่วนใหญ่นิยมทอจากด้ายโทเร ชาวบ้านบอกว่าใช้ด้ายโทเรแบบนี้ประหยัดเวลาและสะดวก เลือกสีสันได้ตามใจชอบ ผ้าขาวม้าและถุงย่ามของชาวไทยเบิ้งจึงมีหลากหลายสีสัน เช่น สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีน้ำเงิน ฯลฯ เหตุผลของการเลือกใช้สีสดๆ เพื่อป้องกันการสกปรก สีสันไม่ซีดจาง อายุของย่ามแต่ละใบชาวโคกสลุงการันตีว่าใช้ได้นานถึง 5 ปี หรือนานกว่านั้น
น้องจินเล่าเอกลักษณ์และลวดลายที่ถักทอบนตัวย่ามว่า "ย่ามของชาวไทยเบิ้งมีลวดลายดังนี้ค่ะ ลายข้างกระแต ลายไส้ปลาไหล ลายปากย่าม ชายครุย และส่วนสุดท้ายคือช่องลับที่อยู่ในชั้นย่าม ช่องลับนี้มีไว้เพื่อใส่สิ่งของสำคัญไม่ให้คนอื่นรู้ค่ะ"
ลวดลายบน ผืนผ้าไม่ว่าของกลุ่มชาติพันธุ์ใดต่างมีชื่อเรียกสัมพันธ์กันกับวิถีชีวิต ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ย่ามของชาวไทยเบิ้งก็เช่นเดียวกัน
ภาพของชุมชนที่มีคนนิยมใช้ย่ามที่ทอขึ้นใช้เองมีให้เห็นได้ทุกที่ ทุกมุมในหมู่บ้านบ้านโคกสลุงแห่งนี้ จึงถือเป็นชุมชนที่ใช้ย่ามทอมือเยอะที่สุดก็ว่าได้
ย่ามถูกสะพายไป ตลาด ไปโรงเรียน ไปไร่ไปนา ไปหาปลา และอีกสารพัดประโยชน์ ย่ามอเนกประสงค์จึงครองใจคนโคก สลุงทุกเพศทุกวัย วิถีชีวิตและวัฒนธรรมในชุมชนหลายอย่างบอกผ่านได้จากย่ามใบเดียว
คุณยายแหน อ่อนสลุง วัย 80 ปี เล่าอดีตของวัฒนธรรมการทอผ้าให้ฟังว่า "ย่ามของคนไทยเบิ้งใช้คู่บ้านมานานแล้ว คนไทยเบิ้งทอผ้ามาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย เกิดมาก็เห็นเลย คนสมัยก่อนทอผ้าไว้ใช้เอง ใช้ตัดเสื้อ ตัดผ้าโตง (ผ้าถุง) ผ้าขาว (ผ้าขาวม้า) ย่าม เสื้อผ้าต้องทอและเย็บเอง ไม่มีให้ซื้ออย่างทุกวันนี้ สมัยนี้ผ้าพื้น ผ้าโตงลดน้อยลงแล้ว จะเหลือก็แต่ผ้าขาวและย่ามที่ยังทอใช้กันอยู่"
เด็กๆมองเห็นคนรุ่นเก่าถักทอภูมิปัญญาผ่านลวดลายอันมีเอกลักษณ์บนผืนผ้าสีสดด้วย ความสนใจ บางคราวเด็กน้อยนึกสนุก อยากหัดทำและลองทอดูบ้าง คุณป้าคุณยายก็ยินดีสอน มือน้อยๆ จึงได้จับกระสวย เหยียบฟืมเพื่อยกสลับตะกอ แล้วดึงไม้ฟืมเข้าหาตัว เกิดเป็นลายผ้าสีสดใส เด็กๆ พากันตื่นเต้น สนุกชอบใจ เพียงเท่านี้สาวน้อยทั้ง 3 คน ก็ได้เข้าใกล้ความหมาย และเข้าใจภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาของบรรพบุรุษชาวไทยเบิ้งแห่งโคก สลุงแล้ว
ตามเด็กๆ ชาวไทยเบิ้ง ไปรู้จักภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน ผ่านของใช้คู่กาย ย่ามเพียงใบเดียวสามารถบอกเล่าความเป็นอัตลักษณ์ของชาวไทยเบิ้งได้อย่างไร ในรายการทุ่งแสงตะวัน ตอน ย่ามคู่ใจ เช้าวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม เวลา 06.25 น. ทางช่อง 3 www.payai.com
หน้า 24
