อ่านสร้างชาติ : ...ทำเพื่อชาติ ต้องอ่านหนังสือ (โดย : ทีมงาน ThaiNGO)
มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกับ แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) ซึ่งเป็นแผนงานหนึ่งของ สสส. ได้เห็นความสำคัญของการอ่านจึงมีการเปิดรับหนังสือบริจาคหนังสือ พร้อมกันนั้นผู้รับหนังสือก็ควรจะมีสิทธิเลือกหนังสือที่ตัวเองต้องการ ภายใต้ชื่อ “โครงการอ่านสร้างชาติ” เพื่อจะสร้างวัฒนธรรมรักการอ่านให้เกิดกับคนในสังคม
" ความเชื่อแรก ที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อย เฉลี่ยต่อคนปีละ 6-8 บรรทัดนั้น... จริงๆ คนไทยไม่ใช่ไม่อยากอ่านแต่เราไม่มีหนังสือจะให้อ่าน ร้านหนังสือมีเยอะมากแต่มันอยู่ในเขตเมือง การเข้าถึงของคนที่ขาดแคลนมันก็ยาก ห้องสมุดในชุมชน โรงเรียนก็มีงบประมาณน้อย หนังสือก็ราคาแพง ทำไมเราจึงใช้กลยุทธ์ในการทำหนังสือมือสอง เพราะทรัพยากรเรามีอยู่แล้วมันสามารถเคลื่อนย้ายไปอีกที่หนึ่งได้ เราคิดว่ามันก็มีประโยชน์ มีคุณค่า และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้มันด้วย แต่ล่ะที่ที่เราทำงานด้วยคุณครู ที่อยู่ในพื้นที่ ผู้นำชุมชน เราก็พยายามสื่อสารเรื่องการส่งเสริมการอ่าน เราไม่จำเป็นต้องผลิตความรู้เพิ่มในการลงใช้กับพื้นที่ต่างๆ เพราะมีองค์กรพัฒนาอื่นๆ มีมากพออยู่แล้ว แต่เข้าไปพูดคุยจริงๆ คือมันขาดหนังสือ มีหลายที่ถ่ายเอกสารนิทานเด็กแจกกันอ่าน มันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในเรื่องแบบนี้ ต้องพูดถึงธุรกิจในด้านหนังสือว่ามันมีอะไรอีกที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริม การอ่าน รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมทางการอ่านด้วย" จรัญ มาลัยกุล หัวหน้าโครงการอ่านสร้างชาติ กล่าวนำ
การอ่านหนังสือมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหนังสือเป็นเครื่องมือถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี การสร้างวัฒนธรรมการอ่าน จึงไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกส่วนของสังคมที่จะช่วยกันคนละไม้คนละมือ ในการต่อยอดและร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้ไปสู่สังคมที่ห่างไกล ให้ได้รับความรู้และสร้างเสริมพัฒนาสังคมให้เสมอภาพกัน
" เราอยากให้คนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงได้สัมผัสจริงๆ คือ วัฒนธรรมการบริจาคบ้านเรา ก็คือบริจาคแล้วแพ็กใส่กล่อง แล้วก็ไปส่งในสถานที่ที่ผู้บริจาคคิดว่าขาด แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าผู้รับไม่มีโอกาสได้เลือกหรือไม่ จะพูดคำว่ายัดเยียด มันก็ดูเหมือนจะทำร้ายจิตใจคนที่มีจิตใจดี แต่คิดว่ามันเป็นจุดบกพร่อง เพราะเรารู้กันอยู่ว่าผู้รับไม่มีโอกาสได้เลือก ดูเหมือนผู้ให้สบายใจอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้มีโอกาสเรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วการให้นั้นผู้รับต้องเลือกได้ด้วย เราจึงพยายามออกแบบให้มันแก้ช่องว่างแก้ช่องโหว่แบบนี้ เราก็ออกแบบระบบขึ้นมาเพื่อให้ผู้รับมีสิทธิที่จะเลือก เรากำลังท้าทายโจทย์เรื่องวัฒนธรรมการให้ ผู้ให้ต้องเลือกในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุด
เป้าคือมันไม่ใช่ปัญหาของเด็กแต่มันเป็นปัญหาของผู้ใหญ่เลย ผู้ใหญ่บ้านเราก็ยังขาดเรื่องการอ่านสังคมถึงเป็นอย่างนี้ เราก็ต้องมาทำเรื่องส่งเสริมการอ่าน แต่ว่าไม่ใช่เรียนรู้ด้านอื่นไม่ได้ให้อะไรแต่มันก็ดีอันนี้คือเครื่องมือ หนึ่ง เราต้องให้โอกาสการเรียนรู้เปิดโอกาสให้เขาเข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง เหลือเฟือ ช่องทางหนึ่งในการเริ่มต้นคือหนังสือ ไม่ใช่แค่เราทั่วโลกคิดอย่างนี้หมดจะทำไม่ทำเป็นอีกเรื่อง บ้านเรามันมีสิ่งเร้าอย่างอื่นเยอะ คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็ไม่จริงจังด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ทุกวันเริ่มได้หมดในการอ่านหนังสือปัญหาคือเรายังมานั่งแปะว่าคนไทยอ่าน หนังสือน้อย หนังสือหนึ่งเล่มมันควรจะรับใช้หลายๆ คน มันไม่ควรหรอกถ้าเปลี่ยนได้เพราะนั่งสือคุณก็ควรหยิบยื่นการเปลี่ยนแปลงนั้น ให้กับคนอื่นบ้าง" จรัญ มาลัยกุล กล่าวเพิ่มเติม


จรัญ มาลัยกุล - โครงการอ่านสร้างชาติ มูลนิธิกระจกเงา
เหล่าประเทศที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้น ล้วนแต่ส่งเสริมและสร้างงวัฒนธรรมการอ่านอย่างจริงจัง การอ่านหนังสือจึงสำคัญและมีอิทธิพลต่อความคิด รวมทั้งการพัฒนาของคนในชาติด้วย ซึ่งตัวอย่างในต่างประเทศสังคมไทยควรจะได้ตระหนักถึง
" ในประเทศอังกฤษ เขามีการส่งเสริมการอ่านตั้งแต่เด็กมี 3 ขั้นตอนหนึ่งคือ Book Starts ที่สองคือ พ่ออ่าน ที่สามคือ เหล่านิทาน มันคือวัฒนธรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ที่เริ่มต้นสร้างตั้งแต่ยังอ่านหนังสือ ไม่ได้คือในเด็กเล็กๆ เราหยิบองค์ความรู้เหล่านี้มาใช้กับสังคมไทยบางส่วนแต่ไม่นานก็หายไปไม่ต่อ เนื่อง ทุกอย่างที่เขาทำมันไม่ได้บังคับกัน แต่เขาสร้างให้เป็นวัฒนธรรมที่ติดตัวทุกคนตั้งแต่เด็ก บ้านเรามันหลายเวทีที่ถกเถียงกันเรื่องนี้การอ่านมาก คือบ้านเราอ่านมาก เพราะเป็นการบังคับต้องเรียนต้องอ่านคือเด็กนักเรียน มันไม่ได้หมายความของคำว่าวัฒนธรรมการอ่านที่แท้จริง มันแตกต่างกันมาก บ้านเขาเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตในเรื่องการอ่าน คือเขามีพร้อมทั้งหนังสือและวัฒนธรรมการอ่าน มันจึงไม่น่าแปลกอะไรที่ประเทศที่เคยแพ้สงครามบ้านเมืองพังเสียหายอย่างชาว ญี่ปุ่น ถือเป็นภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมของวัฒนธรรมอันเกิดขึ้นจากคนในชนชาตินั้นๆ เห็นความสำคัญในฐานะที่การอ่านเป็นหนึ่งในหนทางแห่งการแสวงหาองค์ความรู้ จนทำให้เกิดเป็นภูมิปัญญาที่จะนำพาตนเอง และประเทศชาติให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤติได้ วันนี้เขาฟื้นตัวได้เพราะเขาเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอด เพิ่มทักษะซึ่งเหล่านี้มันเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือทั้งนั้น ดังนั้นการมองข้ามการสร้างวัฒนธรรมการอ่านหนังสือจึงป็นเรื่องที่ผิดมหันต์" จรัญ มาลัยกุล กล่าวต่อ
ความรู้จากหนังสือ สามารถถ่ายทอดมาสู่มนุษย์ได้ผ่านการอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านในวัยเด็กที่จะสร้างความรู้ ความจำ และนิสัยการอ่านให้ติดตัวจนโตเป็นผู้ใหญ่ เมื่อหนังสือเป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าควรที่จะปลูกฝังให้เด็กมี นิสัยรักการอ่าน จึงอาจเป็นดั่งปฐมบทแห่งการสร้างความก้าวหน้าให้กับประเทศชาติด้วยเช่นกัน

คลังหนังสือบริจาคในโครงการ ณ สำนักงาน มูลนิธิกระจกเงา


ร่วมบริจาคหนังสือ และดูรายละเอียดโครงการอ่านสร้างชาติ เพิ่มเติม
www.Read4Thai.org
"หากเราต้องการปลูกฝังให้เยาวชนไทยมีทักษะการอ่าน อันมีความหมายครอบคลุมตั้งแต่การรู้จักเลือกอ่านหนังสือที่มีคุณภาพ และสามารถนำความรู้จากหนังสือไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็จำเป็นต้องหามาตรการและกลยุทธ์ที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ สนุกกับการอ่านหนังสือ เกิดความต้องการอ่านหนังสือด้วยตนเอง มิใช่เพียงอ่านเพราะถูกบังคับหรืออ่านเพื่อสอบเท่านั้น การอ่านเสน่ห์ของมันก็คือช่วยให้เราได้เปิดโลกทัศน์ ถ้าเราได้รับในสิ่งที่เรายังไม่ได้รู้เลย มันจะเกิดการปรับวิธีคิด พอปรับวิธีคิดพฤติกรรมก็จะเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วเรื่องการเรียนรู้ที่ไม่หยุดยั้งนี้เราเชื่อว่า ในระดับปัจเจก ระดับพลเมืองของประเทศนี้เปลี่ยนประเทศก็เปลี่ยน เรามีความเชื่อว่าหนังสือมันสามารถพัฒนาคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ได้ ทุกอย่างเกิดจากการอ่านคือข้อเท็จจริงข้อนี้ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าคนที่มี คุณูปการต่อโลกต่อประเทศนี้มีพื้นฐานในการอ่าน หนังสื่อเป็นเครื่องมือราคาถูกไม่ต้องเสียบปลั๊ก เป็นทรัพยากรที่ขยายเคลื่อนย้ายตัวเองไปรับใช้ใครก็ได้มันไม่น่าจะอยู่ใน ชั้นอย่างเดียวเมื่ออ่านจบแล้ว" จรัญ มาลัยกุล กล่าวส่งท้าย อย่างมีความหวัง
ในความเป็นจริงแล้ว หากสังคมไร้ซึ่งวัฒนธรรมการแบ่งปันและการอ่านเพราะไม่ได้รับการปลูกฝัง แน่นอนว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลร้ายแรงกว่าปัญหาอื่นในอนาคต ในที่สุดสังคมของเราจะเข้าสู่วิกฤตระดับชาติที่เด่นชัดขึ้น เพราะเราไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นที่สร้างบุคลากรภายใต้วัฒนธรรมการ อ่าน การเรียนรู้ ซึ่งได้รับการพัฒนาและสั่งสมมาตั้งแต่อยู่ในวัยเยาว์ อันทำให้ฐานความรู้ฐานความคิดคนเหล่านั้นสามารถเข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ของโลกได้อย่างง่ายดาย
ที่มา www.thaingo.org (1 กรกฎาคม 2552)

